⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2539/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความอันเป็นเท็จจะมีความผิดต่อเมื่อข้อความที่เบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีที่ถูกพิจารณาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องในคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีที่ ป. ถูกฟ้องเป็นจำเลยเรื่องลักทรัพย์แต่เพียงว่า จำเลยได้เห็น ป. นำรถมอเตอร์ไซด์แบบเวสป้าเข้ามาเติมน้ำมันในปั้ม ความจริงแล้วตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยได้เห็น ป. นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า มาเติมน้ำมันที่ปั้มดังกล่าวเท่านั้น ข้อความดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องเป็นประเด็นข้อสำคัญในคดีที่ ป. ต้องหาว่าลักทรัพย์นั้นอย่างไรโจทก์มิได้บรรยายไว้ คำเบิกความของจำเลยดังกล่าวจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยยังไม่มีความผิดตามโจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๐๕๗๗/๒๕๑๘ ของศาลอาญา ระหว่าง พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายประภาส เธียรเชาว์ จำเลย เรื่องลักทรัพย์ ได้บังอาจเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ เวลาประมาณ ๒๔ นาฬิกา จำเลยซึ่งเป็นพนักงานขายน้ำมันของปั้มเชลล์ บริษัทจันทร์เจริญ จำกัด ได้เห็นนายประภาสนำรถมอเตอร์ไซด์แบบเวสป้าเข้ามาเติมน้ำมันที่ปั้มดังกล่าว ซึ่งข้อความเท็จดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี ความจริงแล้วตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยได้เห็นนายประภาสนำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ามาเติมน้ำมันที่ปั้มดังกล่าว ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ วรรค ๒ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ วรรค ๒ จำคุกจำเลย ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร โจทก์มิได้บรรยายไว้ เพียงแต่จำเลยเบิกความบอกชื่อยี่ห้อของรถจักรยานยนต์ผิดไปเท่านั้น ยังไม่พอฟังเป็นข้อสำคัญในคดี การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยเบิกความในคดีนั้นว่าอย่างไร ความจริงเป็นอย่างไรเท่านั้น พอเห็นได้ว่าข้อความที่แตกต่างกับความจริงอันถือว่าเป็นเท็จคือ "รถมอเตอร์ไซด์แบบเวสป้า" ข้อความดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องเป็นประเด็นข้อสำคัญในคดีที่นายประภาสต้องหาว่าลักทรัพย์อย่างไร โจทก์มิได้บรรยายถึงคำเบิกความเท็จของจำเลยดังกล่าว จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสุชาติ ตั้งถาวร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุชาติ ตั้งถาวร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเจริญ แสนเยีย · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 3026/2517ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา