⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 518/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2519

ป.พ.พ. ม.368, 861, 867 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่รถยนต์ถูกปล้นไป ถือเป็นการถูกขโมยทั้งคันตามความหมายของสัญญาประกันภัยรถยนต์

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประกันภัยรถยนต์ซึ่งบริษัทจำเลยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยมีข้อความ รวมถึงกรณีรถถูกขโมยทั้งคันด้วย คำว่า "ถูกขโมยทั้งคัน" ตามสัญญาประกันภัยดังกล่าวนอกจากมีความหมายถึงการที่รถถูกคนร้ายลักไปแล้ว ย่อมหมายความรวมถึงการที่รถถูกคนร้ายปล้นเอาไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายวิวัฒน์ได้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของโจทก์ไป ๑ คัน และได้ประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับจำเลยโดยให้โจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย ต่อมาในระหว่างวันเวลาเอาประกันภัย มีคนร้าย ๓ คน ปล้นทรัพย์ของผู้มีชื่อ และได้ลักเอารถยนต์คันดังกล่าวไป โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย จำเลยไม่ยอมชำระขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จริง แต่ตามสัญญาประกันภัยข้อ ๒ (ก) ที่ระบุว่า จำเลยรับประกันภัยรถถูกขโมยทั้งคันนั้นมีความหมายว่า รถถูกคนร้ายลักเอาไป หาได้หมายความถึงถูกชิงหรือถูกปล้นเอาไปไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ก่อนสืบพยาน ทนายทุกฝ่ายแถลงร่วมกันว่า ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยต่างไม่สืบพยานว่า จำเลยต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมายเลข ๑ ข้อ ๒ (ก) หรือไม่ ส่วนค่าเสียหายเท่าใดนั้น ขอให้ศาลพิจารณาจากเอกสารที่ทนายโจทก์ส่งศาล ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรมธรรม์ประกันภัยข้อ ๒ (ก) คำว่า "หรือถูกขโมยทั้งคัน" หมายความถึงการที่รถยนต์นั้นถูกลักไป ไม่หมายความถึงการถูกชิงหรือถูกปล้นเอาไป จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ตรวจดูสัญญาประกันภัยแล้ว ข้อตกลงที่จำเลยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามข้อ ๒ มีข้อความดังนี้ "ข้อ ๒ วินาศภัย หรือความบุบสลายอันเกิดแก่ยานยนต์ที่ระบุไว้ในตารางแห่งกรมธรรม์นี้ รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ในระหว่างที่ยังติดประจำอยู่กับรถในขณะนั้น อันเกิดในกรณี (ก) โดยไฟไหม้ ซึ่งต้นเพลิงเกิดจากภายนอกตัวยานยนต์ หรือไฟลุกขึ้นเองขณะใช้ขับขี่ หรือเกิดระเบิดจากภายนอก ฟ้าผ่า หรือถูกขโมยทั้งคัน หรือ ฯลฯ" พิเคราะห์สัญญาประกันภัยข้อ ๒ (ก) แล้ว เห็นว่าคำว่า "ถูกขโมยทั้งคัน" นั้น นอกจากมีความหมายถึงการที่รถถูกคนร้ายลักไปแล้ว ยังหมายความรวมถึงการที่รถถูกคนร้ายปล้นเอาไปด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนัยนี้ และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2519 บริษัท เอส.เอ็ม. ทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายวิวัฒน์ สุวรรณเลิศล้ำ กับพวก โจทก์ร่วม บริษัท สยามประกันภัย (1970) จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอส.เอ็ม. ทรัสต์ จำกัด · โจทก์ร่วม - นายวิวัฒน์ สุวรรณเลิศล้ำ กับพวก · ล. - บริษัท สยามประกันภัย (1970) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ล้วน นิลกำแหง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสวิก อุตระ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2571/2529ฎีกา 462/2550ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 7339/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 793/2546ฎีกา 2501/2526ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1172/2514ฎีกา 3295/2533ฎีกา 12104/2547ฎีกา 259/2539ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 588/2557ฎีกา 762/2520ฎีกา 372/2519ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา