คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่รถยนต์ถูกปล้นไป ถือเป็นการถูกขโมยทั้งคันตามความหมายของสัญญาประกันภัยรถยนต์
ย่อคำพิพากษา
สัญญาประกันภัยรถยนต์ซึ่งบริษัทจำเลยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยมีข้อความ รวมถึงกรณีรถถูกขโมยทั้งคันด้วย คำว่า "ถูกขโมยทั้งคัน" ตามสัญญาประกันภัยดังกล่าวนอกจากมีความหมายถึงการที่รถถูกคนร้ายลักไปแล้ว ย่อมหมายความรวมถึงการที่รถถูกคนร้ายปล้นเอาไปด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายวิวัฒน์ได้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของโจทก์ไป ๑ คัน และได้ประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับจำเลยโดยให้โจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย ต่อมาในระหว่างวันเวลาเอาประกันภัย มีคนร้าย ๓ คน ปล้นทรัพย์ของผู้มีชื่อ และได้ลักเอารถยนต์คันดังกล่าวไป โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย จำเลยไม่ยอมชำระขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การว่า รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จริง แต่ตามสัญญาประกันภัยข้อ ๒ (ก) ที่ระบุว่า จำเลยรับประกันภัยรถถูกขโมยทั้งคันนั้นมีความหมายว่า รถถูกคนร้ายลักเอาไป หาได้หมายความถึงถูกชิงหรือถูกปล้นเอาไปไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด
ก่อนสืบพยาน ทนายทุกฝ่ายแถลงร่วมกันว่า ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยต่างไม่สืบพยานว่า จำเลยต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมายเลข ๑ ข้อ ๒ (ก) หรือไม่ ส่วนค่าเสียหายเท่าใดนั้น ขอให้ศาลพิจารณาจากเอกสารที่ทนายโจทก์ส่งศาล
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรมธรรม์ประกันภัยข้อ ๒ (ก) คำว่า "หรือถูกขโมยทั้งคัน" หมายความถึงการที่รถยนต์นั้นถูกลักไป ไม่หมายความถึงการถูกชิงหรือถูกปล้นเอาไป จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ตรวจดูสัญญาประกันภัยแล้ว ข้อตกลงที่จำเลยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามข้อ ๒ มีข้อความดังนี้
"ข้อ ๒ วินาศภัย หรือความบุบสลายอันเกิดแก่ยานยนต์ที่ระบุไว้ในตารางแห่งกรมธรรม์นี้ รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ในระหว่างที่ยังติดประจำอยู่กับรถในขณะนั้น อันเกิดในกรณี
(ก) โดยไฟไหม้ ซึ่งต้นเพลิงเกิดจากภายนอกตัวยานยนต์ หรือไฟลุกขึ้นเองขณะใช้ขับขี่ หรือเกิดระเบิดจากภายนอก ฟ้าผ่า หรือถูกขโมยทั้งคัน หรือ ฯลฯ"
พิเคราะห์สัญญาประกันภัยข้อ ๒ (ก) แล้ว เห็นว่าคำว่า "ถูกขโมยทั้งคัน" นั้น นอกจากมีความหมายถึงการที่รถถูกคนร้ายลักไปแล้ว ยังหมายความรวมถึงการที่รถถูกคนร้ายปล้นเอาไปด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนัยนี้ และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2519
บริษัท เอส.เอ็ม. ทรัสต์ จำกัด โจทก์
นายวิวัฒน์ สุวรรณเลิศล้ำ กับพวก โจทก์ร่วม
บริษัท สยามประกันภัย (1970) จำกัด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เอส.เอ็ม. ทรัสต์ จำกัด · โจทก์ร่วม - นายวิวัฒน์ สุวรรณเลิศล้ำ กับพวก · ล. - บริษัท สยามประกันภัย (1970) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ล้วน นิลกำแหง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสวิก อุตระ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา