คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์ต่ออวัยวะสำคัญของร่างกายจนอาจถึงแก่ความตาย ถือเป็นเจตนาฆ่า
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้มีดปลายแหลมมีความยาวทั้งด้ามและใบมีด 10 นิ้ว เฉพาะใบมีดยาว 6 นิ้ว แทงผู้เสียหายขณะอยู่ประจันหน้ากัน ถูกที่หน้าอก บาดแผลกว้าง 1.7 เซนติเมตร ทะลุปอด กะบังลม ตับ และถูกเยื่อหุ้มกะเพาะด้านนอก ซึ่งล้วนแต่เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ มีเลือดออกในช่องปอดและช่องท้องเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่รักษาโดยการผ่าตัดทันท่วงทีอาจตายได้ ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย มิใช่เพียงเจตนาทำร้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพาอาวุธมีดปลายแหลม ๑ เล่ม ไปในบริเวณย่านสถานีรถไฟธนบุรีอันเป็นทางสาธารณะ หมู่บ้าน และเมือง โดยไม่มีเหตุสมควร และจำเลยใช้อาวุธมีดดังกล่าวแทงทำร้ายนายคนองหรือคะนอง หลงผดุง ถูกที่บริเวณหน้าอกเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยจำเลยมีเจตนาฆ่า จำเลยทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะแพทย์รักษาไว้ได้ทันท่วงที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๗๑, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒
จำเลยให้การว่าไม่ได้กระทำความผิด จำเลยถูกผู้เสียหายชิงทรัพย์ จึงต่อสู้ขณะถูกชิงทรัพย์ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ให้จำคุก ๑๐ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ให้ปรับ ๑๐๐ บาท รวมลงโทษจำคุก ๑๐ ปี ปรับ ๑๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา ๒๙, ๓๐
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ยังรับฟังไม่ได้ถนัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายรับอันตรายสาหัส พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๓๗๑ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ปรับ ๖๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยแทงผู้เสียหายขณะผู้เสียหายยืนอยู่ต่อหน้าจำเลยโดยผู้เสียหายหาได้ทำร้ายและชิงทรัพย์จำเลยแต่อย่างใดไม่ มีดปลายแหลมที่จำเลยใช้แทงผู้เสียหายนั้น มีความยาวทั้งด้ามและใบมีด ๑๐ นิ้ว เฉพาะใบมีดยาว ๖ นิ้ว และจำเลยแทงผู้เสียหายด้วยมีดดังกล่าวขณะอยู่ประจันหน้ากันถูกที่หน้าอก บาดแผลกว้าง ๑.๗ เซนติเมตร ทะลุปอด กะบังลม ตับ และถูกเยื่อหุ้มกระเพาะด้านนอกซึ่งล้วนแต่เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ มีเลือดออกในช่องปอด และช่องท้องเป็นจำนวนมาก แพทย์ผู้ตรวจและรักษาเบิกความว่า ผู้เสียหายถูกแทงโดยแรง ได้รักษาโดยการผ่าตัดและถ้าไม่ผ่าตัดทันท่วงทีผู้เสียหายอาจตายได้ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า มิใช่เพียงเจตนาทำร้าย
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2519
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายบุญมี จิตรไพโรจน์ หรือจิตไพโรจน์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายบุญมี จิตรไพโรจน์ หรือจิตไพโรจน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุ่ม สุนทรธัย · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา