⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1029/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบการขนส่งสาธารณะที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 14

ย่อคำพิพากษา

บริษัทขนส่งจำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งประจำทางระหว่างกรุงเทพฯกับเชียงใหม่ ส่วนบริษัทจำเลยได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งสาธารณะ บริษัทจำเลยได้จัดรถรับส่งคนโดยสารในเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯกับลำปางและเชียงใหม่ โดยมีกำหนดวันเวลาที่รถออกแน่นอนเป็นประจำ มีการขายตั๋วโดยสารเป็นรายบุคคลให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะเดินทาง แต่บริการของบริษัทจำเลยมีข้อที่แตกต่างกับของบริษัทขนส่งจำกัด คือ รถของบริษัทจำเลยหยุดรับส่งคนโดยสารระหว่างทางเฉพาะที่ลำปางเพียงแห่งเดียว ส่วนรถของบริษัทขนส่งจำกัดหยุดรับส่งคนโดยสารตามรายทางที่ใบอนุญาตกำหนดไว้ ค่าโดยสารของบริษัทจำเลยแพงกว่าค่าโดยสารของบริษัทขนส่งจำกัด และกำหนดอัตราไว้เพียง 2 อัตรา คือ ระหว่างกรุงเทพฯกับลำปางและระหว่างกรุงเทพฯกับเชียงใหม่ ส่วนบริษัทขนส่งจำกัดคิดค่าโดยสารตามระยะทาง บริษัทจำเลยให้บริการที่ดีกว่าบริษัทขนส่งจำกัด รถของบริษัทจำเลยมีที่นั่งที่สะดวกสบายรวมทั้งมีห้องน้ำอยู่ในรถ ระหว่างทางก็มีอาหารและเครื่องดื่มเลี้ยงผู้โดยสารด้วย ดังนี้ การประกอบการขนส่งของบริษัทจำเลยมีลักษณะเป็นการแข่งขันกับบริษัทขนส่งจำกัด เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 14

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.11 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.14 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรับส่งสินค้าและคนโดยสารด้วยรถยนต์โดยสารเกิน ๗ คนเพื่อรับจ้าง โดยจำเลยได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจัดรถยนต์โดยสารอันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามกฎหมาย ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร โดยออกวิ่งรับส่งผู้โดยสารเก็บค่าโดยสารจากคนโดยสารตามเส้นทางถนนสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่, เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ, และสายกรุงเทพฯ - ลำปาง, ลำปาง - กรุงเทพฯ อันเป็นเส้นทางที่บริษัทขนส่งจำกัดได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสารตามเส้นทางดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นการขนส่งในเส้นทางในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับบริษัทขนส่งจำกัด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา๑๔,๖๐ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ. ๒๔๙๗ ในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๔,๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๖๐ ปรับคนละ ๑,๕๐๐ บาท บังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบริษัทขนส่งจำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งประจำทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับเชียงใหม่ ส่วนบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งสาธารณะ บริษัทจำเลยที่ ๑ ได้จัดรถรับส่งคนโดยสารในเส้นทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับลำปางและเชียงใหม่ โดยมีกำหนดวันเวลาที่รถออกแน่นอนเป็นประจำ มีการขายตั๋วโดยสารเป็นรายบุคคลให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพมหานครกับลำปางและเชียงใหม่ แต่บริการของบริษัทจำเลยที่ ๑ มีข้อที่แตกต่างกับบริการของบริษัทขนส่งจำกัด คือ รถของบริษัทจำเลยที่ ๑ หยุดรับส่งคนโดยสารระหว่างทางเฉพาะที่ลำปางเพียงแห่งเดียว ส่วนรถของบริษัทขนส่งจำกัดหยุดรับส่งคนโดยสารตามรายทางที่ใบอนุญาตกำหนดไว้ ค่าโดยสารของบริษัทจำเลยที่ ๑ แพงกว่าค่าโดยสารของบริษัทขนส่งจำกัด และกำหนดอัตราไว้เพียง ๒ อัตรา คือ ระหว่างกรุงเทพมหานครกับลำปางและระหว่างกรุงเทพมหานครกับเชียงใหม่ ส่วนบริษัทขนส่งจำกัดคิดค่าโดยสารตามระยะทาง บริษัทจำเลยที่ ๑ ให้บริการที่ดีกว่าบริการของบริษัทขนส่งจำกัด รถของบริษัทจำเลยที่ ๑ มีที่นั่งสะดวกสบาย รวมทั้งมีห้องน้ำอยู่ในรถด้วย ระหว่างทางก็มีอาหารและเครื่องดื่มเลี้ยงผู้โดยสารด้วย ตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๑ บริษัทจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ มีสิทธิทำการขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง แต่มาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะเข้าทำการขนส่งในเส้นทางใดในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางในเส้นทางนั้น เห็นว่า แม้บริการที่บริษัทจำเลยที่ ๑ ให้กับผู้โดยสารจะแตกต่างกับบริการของบริษัทขนส่งจำกัด และบริษัทจำเลยที่ ๑ จะเก็บค่าโดยสารสูงกว่าบริษัทขนส่งจำกัดก็ตาม การประกอบการขนส่งของบริษัทจำเลยที่ ๑ ก็มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับบริษัทขนส่งจำกัดในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง หาใช่ว่าผู้เข้าแข่งขันจะต้องเก็บค่าโดยสารเท่ากันหรือถูกกว่าจึงจะมีลักษณะเป็นการแข่งขันดังที่บริษัทจำเลยที่ ๑ ฎีกาไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ บริษัทแหลมทองทัวร์ จำกัด โดยนายสุวรรณ ตันติศิริวัฒน์ และนายอุทัย ตัน ติศิริวัฒน์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ตัน - บริษัทแหลมทองทัวร์ จำกัด โดยนายสุวรรณ ตันติศิริวัฒน์ และนายอุทัย · ล. - ติศิริวัฒน์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 674/2520ฎีกา 2360/2517ฎีกา 2554/2521ฎีกา 2432/2520ฎีกา 186/2521ฎีกา 2360/2518ฎีกา 1665-1670/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา