⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2360/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รถยนต์โดยสารแต่ละคันเป็นองค์สำคัญแห่งความผิด การขนส่งของรถแต่ละคันเป็นความผิดต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 นำรถยนต์อันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งจำนวน 3 คันออกวิ่งรับส่งคนโดยสารและเก็บค่าโดยสาร โดยนำรถยนต์คันหนึ่งซึ่งได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะออกวิ่งทับเส้นทางรถประจำทางในสัมปทานของบริษัทอื่นซึ่งเป็นลักษณะของการแข่งขัน เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 14 และนำรถยนต์อีกสองคันซึ่งเป็นรถที่สังกัดอยู่ในสัมปทานรถประจำทางของจำเลยที่ 1 ออกวิ่งนอกเส้นทางที่กำหนด อันเป็นความผิดตามมาตรา 10 ดังนี้ รถยนต์โดยสารแต่ละคันเป็นองค์สำคัญแห่งความผิด การขนส่งของรถแต่ละคันเป็นความผิดต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.10 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.14 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.59 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๕ เวลากลางวัน จำเลยทั้ง ๕ ได้ร่วมกันกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๐,๑๔,๕๙,๖๐ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้ง ๕ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ หมายเลข ช.ย.๐๐๖๒๖ และ ช.ย.๐๐๕๔๒ เป็นรถยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางเส้นทางสายอื่น แต่กลับติดป้ายรับส่งคนโดยสารและทำการขนส่งเพื่อสินจ้าง จึงเป็นความผิดฐานประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ส่วนรถยนต์คันหมายเลข ช.ย.๐๐๖๔๗ ได้รับใบอนุญาตขนส่งสาธารณะวิ่งทับเส้นทางของบริษัทอื่นเป็นการแข่งขัน พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๐,๑๔,๕๙,๖๐ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔ สำหรับความผิดตามมาตรา ๑๐ (และมาตรา ๕๙) ให้เรียงกระทงลงโทษปรับกระทงละ ๕๐๐ บาท ส่วนความผิดตามมาตรา ๑๔(และมาตรา ๖๐) ปรับคนละ ๕๐๐ บาท ข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ให้ยก เพราะไม่มีส่วนร่วมรู้เห็น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดคราวเดียวและกรรมเดียว เป็นความผิดกระทงเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาแก้ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามมาตรา ๑๐,๕๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๑,๕๐๐ บาท โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษเป็นกระทงความผิด ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ อันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งซึ่งถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดมีอยู่ ๓ คัน รถคันหมายเลข ช.ย.๐๐๖๔๗ เป็นรถรับจ้างพิเศษโดยได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ ต้องวิ่งรับจ้างในลักษณะเหมาทั้งคัน แต่กลับไปวิ่งรับคนโดยสารและเก็บค่าโดยสารเป็นการทับเส้นทางการรถประจำทางในสัมปทานของบริษัทอื่นซึ่งเป็นลักษณะของการแข่งขัน จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๔ ส่วนรถอีก ๒ คันเป็นรถที่สังกัดอยู่ในสัมปทานรถประจำทางของจำเลยที่ ๑ ซึ่งต้องวิ่งในเส้นทางชัยภูมิห้วยหว้า แต่กลับวิ่งรับส่งคนโดยสารและเก็บค่าโดยสารนอกเส้นทางที่กำหนด จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อความในมาตรา ๑๐ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามมาตรา ๔ เกี่ยวกับบทนิยามคำว่าการขนส่งและเครื่องอุปกรณ์การขนส่ง กับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ นั้น เมื่อพิจารณาถึงความมุ่งหมายตลอดจนความในพระราชกฤษฎีกาที่โจทก์อ้างอิงแล้ว เห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์ควบคุมการขนส่งคนโดยสารโดยรถยนต์โดยสาร เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแก่งแย่งกับรถโดยสารประจำทาง ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุยังความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลทั่วไป ฉะนั้น รถยนต์โดยสารแต่ละคันย่อมเป็นองค์สำคัญแห่งความผิด กล่าวคือ เมื่อออกรับคนโดยสารเพื่อเก็บค่าโดยสารไม่ว่าในเส้นทางใด ต้องถือว่าการขนส่งของรถแต่ละคันเป็นความผิดต่างหากจากกัน หาใช่เป็นการร่วมกระทำความผิดระหว่างรถทุกคันอย่างใดไม่ย่อมได้ชื่อว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป พิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ (เสถียร ลิมปิษเฐียร วิทูร เทพพิทักษ์ ศิริ อติโพธิ) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2518 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ บริษัทสุรชัยขนส่ง จำกัด โดยนายสุระ ชัยวิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ กับพวกรวม 5 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · กับพวกรวม - บริษัทสุรชัยขนส่ง จำกัด โดยนายสุระ ชัยวิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ · จำเลย - 5 คน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายประสาร ปทุมบาล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา