⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2554/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2554/2521

พ.ร.บ.การขนส่ง ม.10, 14, 59 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.158, 192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบกิจการขนส่งผู้โดยสารโดยเก็บค่าโดยสารเป็นรายบุคคล มีกำหนดเวลาออกรถแน่นอนทุกวันเป็นประจำ ถือเป็นการประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างอันเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจัดให้มีการเดินรถยนต์โดยสารที่เรียกว่ารถทัวร์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่ง วิ่งรับส่งผู้โดยสารโดยเก็บค่าโดยสารจากต้นทางถึงปลายทางเป็นรายบุคคล มีกำหนดเวลาออกรถแน่นอนทุกวันเป็นประจำ ผู้โดยสารที่มากับรถยนต์จำเลยต่างมาธุรกิจส่วนตัว มิใช่มาท่องเที่ยว และมิได้มีการนำเที่ยวแต่อย่างใด พฤติการณ์แสดงชัดว่าจำเลยดำเนินกิจการรับขนส่งผู้โดยสารเพื่อสินจ้างธรรมดา หาใช่เป็นการจัดให้มีการทัศนาจรโดยจ้างเหมาเป็นเที่ยวๆ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างอันเป็นกิจการที่จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 10 เมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาต ต้องมีความผิดตามมาตรา 59 ไม่ว่ารถยนต์ที่จำเลยนำมาใช้เพื่อกิจการของจำเลยดังกล่าวจะเป็นของจำเลยหรือของผู้อื่น บทบัญญัติมาตรา 10 ว่าด้วยการประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตกับมาตรา 14 ว่าด้วยผู้ได้รับอนุญาตขนส่งสาธารณะทำการขนส่งแข่งขันในเส้นทางของผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางในเส้นทางนั้น เป็นกรรมความผิดแยกต่างหากจากกันเมื่อจำเลยเข้าใจข้อหาตามฟ้องและมิได้หลงข้อต่อสู้ แม้โจทก์จะฟ้องรวมกันมา ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ.2497มาตรา 10,14,59,60 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะข้อประกอบการขนส่งโดยมิได้รับอนุญาต และระบุเจาะจงขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา 10,59 แสดงว่าโจทก์ไม่ติดใจอุทธรณ์โต้แย้งในข้อหาความผิดตามมาตรา 14,60 ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 14,60 ไม่ได้ เป็นการเกินคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.10 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.14 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.59 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.60

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจัดรถโดยสารขนาดใหญ่ 6 คัน อันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามกฎหมาย ทำการวิ่งรับส่งผู้โดยสารและเก็บค่าโดยสารในเส้นทางที่บริษัทขนส่ง จำกัด ได้รับอนุญาต จึงเป็นการกระทำในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับบริษัทขนส่ง จำกัด เพื่อรับสินจ้างและเพื่อกิจการค้าของตน โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 10, 14, 59, 60 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นบริษัทนำเที่ยวไม่มีรถยนต์เป็นของตนเองไม่ต้องขออนุญาตประกอบการขนส่งจากรมการขนส่งทางบก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงโดยอธิบดีกรมอัยการรับรองอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์แสดงว่าจำเลยประกอบกิจการขนส่งเพื่อสินจ้างและเพื่อการค้าของตนเอง จะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 10, 59 ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 10, 14, 59, 60 ปรับคนละกระทงละ 2,000 บาท รวมปรับคนละ 4,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 กรรมการผู้จัดการได้จัดให้มีการเดินรถยนต์โดยสารที่เรียกว่ารถทัวร์ วิ่งรับผู้โดยสารโดยเก็บค่าโดยสารจากต้นทางถึงปลายทางเป็นรายบุคคล จำเลยมิได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งจากนายทะเบียน รถยนต์จำเลยมีกำหนดเวลาออกแน่นอนทุกวันเป็นประจำ ผู้โดยสารที่มากับรถยนต์จำเลยต่างมาธุรกิจส่วนตัว มิใช่มาท่องเที่ยวและมิได้มีการนำเที่ยวแต่อย่างใด พฤติการณ์แสดงชัดว่าจำเลยดำเนินกิจการรับขนส่งผู้โดยสารเพื่อสินจ้างตามธรรมดา หาใช่เป็นการจัดให้มีการทัศนาจรโดยจ้างเหมาเป็นเที่ยว ๆ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างอันเป็นกิจการที่จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 10 เมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตต้องมีความผิดตามมาตรา 59 ไม่ว่ารถยนต์ที่จำเลยนำมาใช้เพื่อกิจการดังกล่าวจะเป็นของจำเลยหรือของผู้อื่น บทบัญญัติมาตรา 10 ว่าด้วยการประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตกับมาตรา 14 ว่าด้วยผู้ได้รับอนุญาตขนส่งสาธารณะ ทำการขนส่งแข่งขันในเส้นทางของผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางในเส้นทางนั้น เป็นกรรมความผิดแยกต่างหากจากกัน เมื่อจำเลยเข้าใจข้อหาตามฟ้องและมิได้หลงข้อต่อสู้ แม้โจทก์จะฟ้องรวมกันมา ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497มาตรา 10, 14, 59, 60 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะข้อประกอบการขนส่งโดยมิได้รับอนุญาต และระบุเจาะจงขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา 10, 59 แสดงว่าโจทก์ไม่ติดใจอุทธรณ์โต้แย้งในข้อหาความผิดตามมาตรา 14, 60 ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 14,60 ไม่ได้ เป็นการเกินคำขอ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ. 2497 มาตรา 10, 59 ลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2554/2521 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ บริษัทดาราทัวร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - บริษัทดาราทัวร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · ภิญโญ ธีรนิติ · ยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา