⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2432/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2432/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเดินรถรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่ผู้อื่นได้รับอนุญาต โดยมีกำหนดเวลาและสถานที่จอดรถแน่นอนประจำทุกวัน และจำหน่ายตั๋วโดยสารเป็นรายบุคคลในอัตราปกติ ถือเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและเป็นการละเมิดต่อผู้ได้รับอนุญาต.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเดินรถรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่โจทก์ได้รับอนุญาต โดยมีกำหนดเวลาออกรถและสถานที่จอดรถที่แน่นอนประจำทุกวัน เมื่อรถจำเลยถึงปลายทางผู้โดยสารต่างคนต่างแยกย้ายกันไป รถจำเลยไม่ได้พาผู้โดยสารไปทัศนาจรที่ใดเลย และการจำหน่ายตั๋วโดยสารก็จำหน่ายเป็นรายบุคคล ในอัตราค่าโดยสารที่เป็นปกติธรรมดามิใช่เพื่อการทัศนาจรดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยเดินรถในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับโจทก์ผู้มีสิทธิทำการขนส่งเดินรถประจำทางในเส้นทางสายที่โจทก์ได้รับอนุญาต ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.10 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ในการรับทำการขนส่งทั่วไปได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์ โดยสารในเส้นทางจากกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ มีระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๑๓ ถึงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๘ จำเลยเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ในการทำการบริการท่องเที่ยวและประกอบการค้าอื่น ๆ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๗ จำเลยได้นำรถยนต์เข้าทำการขนส่งในเส้นทางสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ เป็นประจำทุกวันจนบัดนี้โดยกระทำในลักษณะรถทัศนาจร แต่ตามสภาพความเป็นจริงแล้วจำเลยนำรถมาใช้ประกอบการขนส่งเป็นประจำในเส้นทางสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.๒๔๙๗ และ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเข้าทำการขนส่งในเส้นทางสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ และให้ชดใช้ค่าเสียหายวันละ ๑๘,๕๖๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะหยุดหรือเลิกเข้าทำการขนส่ง จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยนำรถยนต์เข้าทำการขนส่งในเส้นทางสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ และมิได้ทำการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับการประกอบกิจการขนส่งของโจทก์ การนำลูกค้าไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น บริษัทจำเลยไม่ได้กระทำแต่เป็นกิจการของบริษัทเอมเพรสนอร์ทเทอนทัวร์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัทจำเลย และบริษัทเอมเพรสนอร์ทเทอนทัวร์ จำกัด ไม่ได้ทำการขนส่งผู้โดยสารในลักษณะเป็นการแข่งขันกับการประกอบกิจการขนส่งของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาห้ามมิให้จำเลยทำการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ - จังหวัดเชียงใหม่ ในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับโจทก์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายวันละ ๘๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๗ จนกว่าจะหยุดำเนินการ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยเดินรถรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่โจทก์ได้รับอนุญาต เมื่อรถจำเลยถึงปลายทาง ผู้โดยสารต่างคนต่างแยกย้ายกันไป รถจำเลยไม่ได้พาผู้โดยสารไปทัศนาจรที่ใดเลยและการจำหน่ายตั๋วโดยสารนั้นก็จำหน่ายเป็นรายบุคคลคนละ ๑๔๐ บาท ซึ่งเป็นราคาปกติธรรมดามิใช่เพื่อการทัศนาจร ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยเดินรถในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับโจทก์ผู้มีสิทธิทำการขนส่งเดินรถประจำทางในเส้นทางสายที่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ถือว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2432/2520 บริษัทขนส่ง จำกัด โจทก์ บริษัทเอมเพรสแทรเวิล เซอร์วิส จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทขนส่ง จำกัด · ล. - บริษัทเอมเพรสแทรเวิล เซอร์วิส จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิเชียร พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา