⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1335/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความอันเป็นเท็จจะมีความผิดฐานเบิกความเท็จได้ ต้องเป็นการเบิกความในข้อที่พิพาทกันในคดี และข้อที่เบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยได้นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จเบิกความที่ศาลแพ่งในคดีก่อน ความเท็จที่จำเลยเบิกนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี โดยไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าคดีดังกล่าวมีข้อพิพาทกันเรื่องอะไร ประเด็นสำคัญแห่งคดีมีว่าอย่างไร ข้อที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีนี้ เป็นข้อสำคัญในคดีก่อนอย่างไร ฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จเบิกความที่ศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ ๔๒๔๕/๒๕๑๗ ว่า "เฉพาะรายนี้ข้าพเจ้าเคยไปทำแผนที่สังเขปและประเมินราคาไว้ตามระเบียบ โดยได้รับคำสั่งจากนายชื้นเมือง โกมารกุล ณ นคร เมื่อราววันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๑๔ นางรัมภา ธรรมวิรัตน์ จำเลยที่ ๑ และน้องชายไปรับข้าพเจ้าที่ธนาคารจำเลยพร้อมกับตัวโฉนด ไปถึงที่ดินแล้วมีคนอีก ๒ คนอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินในอำเภอตลิ่งชัน ติดถนนสุขาภิบาลสาย ๒ นางรัมภา ธรรมวิรัตน์ เป็นผู้ชี้เขตและหลักเขตให้ดู หลักเขตนั้นตรงกับหลักเขตในโฉนด ๓ หลัก น่าเชื่อว่าหลักเขตถูกต้องเพราะเป็นหลักเก่า ไม่มีลักษณะว่าได้มีการเคลื่อนย้ายก่อน จึงเชื่อว่าที่ดินที่ชี้ใช่แปลงเดียวกับที่ในโฉนด จึงทำแผนที่สังเขปประเมินราคาตามสภาพที่ดินที่นางรัมภา ธรรมวิรัตน์ ชี้เสนอผู้จัดการใหญ่" ข้อความที่จำเลยเบิกความนั้นเป็นเท็จ ความจริงนางรัมภา ธรรมวิรัตน์ มิได้มอบโฉนดที่ดินให้จำเลย และไม่ได้ไปนำชี้ที่ดินร่วมกับจำเลย เอกสารท้ายฟ้องแผนที่สังเขปนั้น จำเลยทำขึ้นโดยลำพัง ความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี เป็นเหตุให้โจทก์แพ้คดีดังกล่าว ความจริงที่ดินมิได้ตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งตามที่จำเลยทำขึ้นเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ทั้งคดีไม่มีมูลที่จะรับไว้พิจารณา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ส่วนข้อที่ว่าคดีมีมูลหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยได้นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จ เบิกความที่ศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ ๔๒๔๕/๒๕๑๗ ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงศ์ทอง โจทก์ นางรัมภา ธรรมวิรัตน์ ที่ ๑ ธนาคารกรุงไทย จำกัด ที่ ๒ จำเลย ความเท็จที่จำเลยเบิกนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี เห็นว่าตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าในคดีดังกล่าวมีข้อพิพาทกันเรื่องอะไร ประเด็นสำคัญแห่งคดีมีว่าอย่างไร ข้อที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีนี้ เป็นข้อสำคัญในคดีก่อนอย่างไร ฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีที่ศาลล่างวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2520 ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงศ์ทอง โดยนายชอบ พวงทอง หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ นายสัจจา ทัพพันธ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงศ์ทอง โดยนายชอบ พวงทอง หุ้นส่วนผู้จัดการ · ล. - นายสัจจา ทัพพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสพิทย์ คังคะเกตุ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพิชัย วุฒิจำนงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา