⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2664/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2520

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) ม.4, 6, 12 · ป.อาญา ม.91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยลงโทษจำเลยต้องเป็นไปตามคำฟ้องของโจทก์เท่านั้น หากข้อเท็จจริงที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้อง จะนำมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยมิได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์เพื่อจำหน่าย น้ำหนัก 0.11 กรัมราคา 3 บาท 30 สตางค์ และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อ ดังนี้ ตามคำบรรยายฟ้องมีความหมายชัดแจ้ง แสดงว่าจำเลยมีเฮโรอีน 0.11 กรัมแล้วจำหน่ายไปทั้งหมด ไม่มีเหลืออยู่ที่จำเลยอีก แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนไป 1 หลอดแล้ว ยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด ก็เป็นกรณีที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องจะนำข้อเท็จจริงที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้องมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายมิได้ คงลงโทษจำเลยได้เฉพาะข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.6 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.12

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจมียาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย รวมน้ำหนัก 0.11 กรัม ราคา 3 บาท 30 สตางค์ และจำเลยได้จำหน่ายยาเสพติดให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยยาเสพติดให้โทษเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญา ตามคดีหมายเลขแดงที่ 202/2516 จำคุก 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาแล้ว จำเลยกระทำผิดขณะมีอายุเกินกว่า 17 ปี จำเลยพ้นโทษแล้วภายใน 5 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ,20 ทวิ, 20 ตรี, (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 8, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 7, 12 ขอให้ริบของกลางและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าเป็นความจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502มาตรา 8 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเป็น 2 กรรมจึงไม่ชอบ ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 12 จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ของกลางริบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยได้บังอาจมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายเฮโรอีนของกลางให้แก่ผู้มีชื่อไป สิบตำรวจโทมนัสจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนที่ยังเหลือที่อยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด มีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายกรรมหนึ่ง และฐานจำหน่ายเฮโรอีนนั้นอีกกรรมหนึ่งหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้พิจารณาฟ้องและคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์แล้วตามคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดว่าจำเลยได้บังอาจมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์เพื่อจำหน่ายน้ำหนัก 0.11 กรัม ราคา 3 บาท30 สตางค์ และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อ ตามคำบรรยายฟ้องดังที่กล่าวมานี้มีความหมายชัดแจ้งแสดว่าจำเลยมีเฮโรอีน 0.11 กรัมแล้วจำหน่ายไปทั้งหมดไม่มีเหลืออยู่ที่จำเลยอีก แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนไป 1 หลอดแล้ว ยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด ก็เป็นกรณีที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง จะนำข้อเท็จจริงตามที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้องมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยมิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2520 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสุพันธ์ บินซามัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสุพันธ์ บินซามัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · สงวน สิทธิไชย · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 6299/2534ฎีกา 4/2508ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 605/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา