⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2664/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2520

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์เพื่อจำหน่าย น้ำหนัก 0.11 กรัมราคา 3 บาท 30 สตางค์ และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อ ดังนี้ ตามคำบรรยายฟ้องมีความหมายชัดแจ้ง แสดงว่าจำเลยมีเฮโรอีน 0.11 กรัมแล้วจำหน่ายไปทั้งหมด ไม่มีเหลืออยู่ที่จำเลยอีก แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนไป 1 หลอดแล้ว ยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด ก็เป็นกรณีที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องจะนำข้อเท็จจริงที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้องมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายมิได้ คงลงโทษจำเลยได้เฉพาะข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.6 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจมียาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย รวมน้ำหนัก 0.11 กรัม ราคา 3 บาท 30 สตางค์ และจำเลยได้จำหน่ายยาเสพติดให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยยาเสพติดให้โทษเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญา ตามคดีหมายเลขแดงที่ 202/2516 จำคุก 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาแล้ว จำเลยกระทำผิดขณะมีอายุเกินกว่า 17 ปี จำเลยพ้นโทษแล้วภายใน 5 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ,20 ทวิ, 20 ตรี, (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 8, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 7, 12 ขอให้ริบของกลางและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าเป็นความจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502มาตรา 8 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเป็น 2 กรรมจึงไม่ชอบ ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 12 จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ของกลางริบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยได้บังอาจมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายเฮโรอีนของกลางให้แก่ผู้มีชื่อไป สิบตำรวจโทมนัสจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนที่ยังเหลือที่อยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด มีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายกรรมหนึ่ง และฐานจำหน่ายเฮโรอีนนั้นอีกกรรมหนึ่งหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้พิจารณาฟ้องและคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์แล้วตามคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดว่าจำเลยได้บังอาจมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์เพื่อจำหน่ายน้ำหนัก 0.11 กรัม ราคา 3 บาท30 สตางค์ และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อ ตามคำบรรยายฟ้องดังที่กล่าวมานี้มีความหมายชัดแจ้งแสดว่าจำเลยมีเฮโรอีน 0.11 กรัมแล้วจำหน่ายไปทั้งหมดไม่มีเหลืออยู่ที่จำเลยอีก แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนไป 1 หลอดแล้ว ยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด ก็เป็นกรณีที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง จะนำข้อเท็จจริงตามที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้องมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยมิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2520 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสุพันธ์ บินซามัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสุพันธ์ บินซามัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · สงวน สิทธิไชย · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา