คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2290/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีเพื่อโต้แย้งประเด็นที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้ว ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าบ้านจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์แล้ว คดีถึงที่สุด ดังนี้การที่จำเลยกลับมายื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีว่าจำเลยปลูกบ้านอยู่นอกเขตโฉนดที่จำเลยขายให้ โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนคำบังคับนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๒๗๙๙ ร่วมกับบุคคลอื่นหลายคน ต่อมาจำเลยได้ขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยในโฉนดดังกล่าวให้โจทก์กับพวก และจำเลยขออาศัยในที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์กับพวกที่ซื้อจากจำเลยตอนที่ปลูกบ้านอยู่ติดริมคลอง คือบริเวณหมายสีเขียวในแผนที่สังเขปท้ายคำฟ้องมีกำหนด ๑ ปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้วจำเลยไม่รื้อถอนบ้านโรงเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยออกไป โจทก์แจ้งให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนและส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ จำเลยก็เพิกเฉยเสียทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นที่ดินโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ ห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องอีก และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
ในชั้นบังคับคดี จำเลยโดยนายสมศักดิ์ อรุณพูลทรัพย์ ผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลว่า บ้านของจำเลยซึ่งศาลออกคำบังคับให้จำเลยรื้อถอนนั้น ไม่ได้ปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๗๙๙ ของโจทก์ตามฟ้อง ที่ดินส่วนที่จำเลยปลูกบ้านอยู่นั้น เดิมเป็นที่ลำบึงบ้านม้า แต่ลำบึงได้ตื้นเขินขึ้น จำเลยจึงได้ปลูกบ้านในลำบึงบ้านม้าอยู่อาศัยมาช้านานเกินกว่า ๔๐ ปีแล้ว และได้แจ้งการครอบครองเป็นเจ้าของไว้ตามแบบแจ้งการครอบครองเลขที่ ๑ ลงวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๑๐ ที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของจึงไม่ใช่ที่ดินในโฉนดของโจทก์และมิใช่เป็นที่ดินที่งอกจากโฉนด โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนคำบังคับ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเป็นบุคคลในคดี ต้องบังคับตามคำพิพากษา จะอ้างว่าคำพิพากษาหรือคำบังคับไม่ถูกต้องไม่ได้ จำเลยมิได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีหรือใช้สิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนด หรือใช้สิทธิอุทธรณ์ในเนื้อหาของคดี แต่กลับมายื่นคำร้องขอสู้คดีกับโจทก์ใหม่ในชั้นบังคับคดีเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านอยู่ในเขตที่ดินที่โจทก์กับพวกซื้อจากจำเลย จำเลยได้ทำสัญญาขออาศัยโจทก์กับพวกอยู่ชั่วคราวมีกำหนด ๑ ปี หากว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องอย่างไร จำเลยก็ชอบที่จะให้การต่อสู้คดีตามสิทธิของตน เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีและคดีถึงที่สุดโดยศาลวินิจฉัยว่า บ้านจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินที่จำเลยขายให้โจทก์กับพวก การที่จำเลยกลับมายื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีว่า จำเลยปลูกบ้านอยู่นอกเขตโฉนดที่จำเลยขายให้โจทก์กับพวกย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ และไม่อยู่ในข้อยกเว้นตามบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวด้วย เป็นกรณีที่ต้องบังคับตามคำพิพากษา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2290/2520
นายเฉลิม เชี่ยวสกุล โจทก์
นายเหล็ง อรุณพูลทรัพย์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเฉลิม เชี่ยวสกุล · ล. - นายเหล็ง อรุณพูลทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ รัตรสาร · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัญรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา