⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2513/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ย่อมเป็นความผิดอาญา

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายกับจำเลยเคยรักใคร่กัน ต่อมาจำเลยเลิกติดต่อกับผู้เสียหายผู้เสียหายโกรธเคยตบหน้าจำเลยและมีหนังสือแจ้งว่าจะทำลายล้างจำเลยและ มารดาจำเลยจะเอาน้ำกรดสาดหน้าจำเลย วันเกิดเหตุผู้เสียหายมาที่ประตูบ้านจำเลย จำเลยร้องบอกให้มารดาผู้เสียหายมาเอาตัวผู้เสียหายไป มารดาผู้เสียหายบอกให้ผู้เสียหายกลับบ้านแต่ผู้เสียหายกลับเดินเข้าไปหาจำเลย จำเลยบอกให้ออกไปผู้เสียหายกลับพูดว่าไม่มีใครช่วยมึงได้ พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าผู้เสียหายเข้าไปเพื่อจะทำร้ายจำเลยแต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีอาวุธ การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายจึงเป็นการพยายามฆ่าโดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนพกยิงนายธีระ สระสี โดยเจตนาฆ่าแต่กระสุนปืนพลาดไปถูกโดนขาซ้ายของผู้เสียหายและแพทย์รับตัวผู้เสียหายไว้รักษาทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่จำเลยยิงผู้เสียหายนัดแรกเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ส่วนที่จำเลยยิงผู้เสียหายนัดที่ ๒ และ ๓ เป็นการยิงขู่ พิพากษายกฟ้องโจทก์ของกลางคืนเจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ๘๐ และ ๗๒ จำคุก ๒ ปี แต่ให้รอการลงโทษไว้ ๓ ปีตามมาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้เสียหายและจำเลยอยู่ใกล้กัน เคยรักใคร่กันฉันชู้สาวต่อมาปรากฏว่าผู้เสียหายชอบเล่นการพนันและถูกจับในข้อหาว่าข่มขืนกระทำชำเราหญิง มารดาจำเลยจึงให้จำเลยเลิกติดต่อกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายเคยตบหน้าจำเลยและส่งหนังสือมาว่าจะทำลายล้างจำเลยและมารดาให้ถึงที่สุดกับมีหนังสือขู่ว่าจะเอาน้ำกรด สาดจำเลยให้ตาบอดชั่วชีวิต วันเกิดเหตุผู้เสียหายไปที่บ้านจำเลย ขณะนั้นจำเลยอยู่บ้านคนเดียว เมื่อจำเลยร้องบอกให้มารดาของผู้เสียหายมาเอาตัวผู้เสียหายไปและมารดาผู้เสียหายมาบอกแล้ว แทนที่ผู้เสียหายจะกลับไปบ้านกลับเดินไปที่ประตูบ้านจำเลยจะเข้าไปหาจำเลยซึ่งอยู่ใกล้ประตูบ้าน เมื่อจำเลยบอกให้ผู้เสียหายออกไปผู้เสียหายพูดว่าไม่มีใครช่วงมึงได้หรอก พฤติการณ์ของผู้เสียหายเช่นนี้ย่อมจะทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายเข้าไปเพื่อจะทำร้ายจำเลย แต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีอาวุธและยังไม่ทันจะทำร้ายจำเลย การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ไม่ใช่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๑ ปี แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามมาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสาวสุมาลี คุณสัน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นางสาวสุมาลี คุณสัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4952/2536ฎีกา 8366/2542ฎีกา 6421/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา