⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2517/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2517/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การฟ้องคดีเรียกค่าบริการสาธารณูปโภค ไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดการใช้บริการทั้งหมด หากเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณาได้ 2. สิทธิเรียกร้องค่ากระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ภายใต้อายุความทั่วไป 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องเรียกเงินค่ากระแสไฟฟ้าที่ค้างชำระ แม้ไม่บรรยายว่าจำเลยใช้ไฟฟ้าจากเลขวัดหน่วยที่เท่าใดถึงหน่วยที่เท่าใดก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์ดำเนินกิจการสาธารณูปโภคซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ประโยชน์ของรัฐและประชาชนดังที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.2503 มาตรา 6, 8, 41 หาใช่เป็นการประกอบกิจการค้าหากำไรตามปกติไม่ โจทก์จึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) สิทธิเรียกร้องค่ากระแสไฟฟ้าของโจทก์ไม่อยู่ในบังคับอายุความสองปี และโดยที่ค่ากระแสไฟฟ้าประจำเดือนมิใช่จำนวนเงินที่ตกลงไว้แน่นอน แม้จะกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลากรณีก็ไม่ต้องด้วยอายุความห้าปีตามมาตรา 166 จึงต้องนำอายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนดสิบปีตามมาตรา 164 มาใช้บังคับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166 พระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.2503 ม.6 พระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.2503 ม.8 พระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.2503 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.๒๕๐๓ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๑๐ จำเลยที่ ๑ ขอติดตั้งหม้อแปลงใช้ไฟฟ้า ๓๘๐ โวลท์ ๓ สาย ขนาด ๒๕๐ กิโลวัตต์ เพื่อใช้ในกิจการโรงภาพยนตร์วิสต้ารามาและสถานโบว์ลิ่งของจำเลยที่ ๑ เจ้าหน้าที่ของโจทก์ดำเนินการติดตั้งหม้อแปลงและมาตรวัดไฟฟ้า (มีเตอร์) ตลอดจนจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ จำเลยที่ ๑ ชำระค่ากระแสไฟฟ้าแก่โจทก์ตลอดมา ครั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าของจำเลยที่ ๑ ที่โรงภาพยนตร์วิสต้ารามาได้จำนวน ๑๖๒,๘๐๐ หน่วยคิดเป็นเงิน ๘๓,๐๒๓ บาท การไฟฟ้าจังหวัดอุดรธานีออกบิลเรียกเก็บเงินจำเลยที่ ๑ ชำระให้เพียง ๑๖,๘๔๓ บาท ๓๓ สตางค์ อีก ๖๖,๑๗๙ บาท ๖๗ สตางค์ จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ยอมชำระ จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นกิจการสาขาของจำเลยที่ ๒ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์รวม ๓ ฉบับ ใจความว่า หากจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระเงินค่ากระแสไฟฟ้า จำเลยที่ ๓ ยอมชำระแทนในจำนวนไม่เกิน ๕๙,๐๐๐ บาท การค้ำประกันของจำเลยที่ ๓ ผูกพันจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ต้องรับผิดชำระเงินค่ากระแสไฟฟ้าแทนจำเลยที่ ๑ ตามจำนวนเงินที่ค้ำประกัน กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินค้างชำระจำนวน ๖๖,๑๗๙ บาท ๖๗ สตางค์ นับแต่เดือนมีนาคม ๒๕๑๕ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๙,๙๒๖ บาท ๙๕ สตางค์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๗๖,๑๐๖ บาท ๖๒ สตางค์ ขอให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๗๖,๑๐๖ บาท ๖๒ สตางค์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ชำระแทนตามสัญญาค้ำประกัน กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๖๖,๑๗๙ บาท ๖๗ สตางค์ นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ซื้อกระแสไฟฟ้าจากโจทก์ โจทก์ส่งบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้าประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ เป็นเงิน ๘๓,๐๒๓ บาท นับแต่ปี ๒๕๑๐ ถึงบัดนี้จำเลยใช้กระแสไฟฟ้าไม่เกินเดือนละ ๑๗,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นฤดูหนาวก็ประมาณเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท หม้อวัดไฟฟ้าของจำเลยเสียหายขัดข้องเพราะรถบริษัทยูคอน จำกัด ชนหรือเพราะถูกกลั่นแกล้งจากพนักงานไฟฟ้าของโจทก์ ตัวเลขจึงสูงเพิ่มขึ้นจากจำนวนปกติเป็น ๓-๔ เท่า ซึ่งมิได้เกิดจากการใช้ไฟฟ้าของจำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดและเมื่อเกิดปัญหาเรื่องนี้โจทก์อนุญาตให้จำเลยเสียค่ากระแสไฟฟ้าโดยวิธีเฉลี่ยตามระเบียบของ การไฟฟ้าเป็นเงิน ๑๖,๘๔๓ บาท โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกเก็บเงินที่คิดผิดพลาด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายว่าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ จำเลยใช้ไฟฟ้าจากเลขวัดหน่วยที่เท่าใดถึงหน่วยที่เท่าใดและฟ้องขาดอายุความ จำเลยที่ ๒ ให้การว่ายอดเงินค่ากระแสไฟฟ้าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ จำนวน ๖๖,๑๗๙ บาท ๖๗ สตางค์ ไม่เป็นความจริง เพราะนับแต่ปี ๒๕๑๓ ถึงสิ้นปี ๒๕๑๕ จำเลยที่ ๑ ไม่เคยเสียเงินค่ากระแสไฟฟ้าเกินเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นไปไม่ได้ที่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ เดือนเดียวค่ากระแสไฟฟ้าจะทวีสูงขึ้นถึง ๓ เท่าเศษอย่างไรก็ตามความรับผิดของจำเลยที่ ๒ มีจำนวนเพียง ๕๙,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๖๖,๑๗๙ บาท ๖๗ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทนในวงเงินไม่เกิน ๕๙,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์ไม่บรรยายว่าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ จำเลยใช้ไฟฟ้าจากเลขวัดหน่วยที่เท่าใดถึงหน่วยที่เท่าใด ข้อนี้โจทก์กล่าวมาในฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นสภาพแห่งข้อหาว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าของจำเลยที่ ๑ คิดเป็นเงิน ๘๓,๐๒๓ บาท จำเลยย่อมเข้าใจข้อหาได้ดีข้อโต้เถียงของจำเลยเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบ ฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ แล้ว หาใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุมดังข้อฎีกาของจำเลยไม่ ปัญหาเกี่ยวกับอายุความ จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าหนี้สินอันใดก่อนเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ขาดอายุความแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ดำเนินกิจการสาธารณูปโภคซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ประโยชน์ของรัฐและประชาชนดังที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๖, ๘, ๔๑ หาใช่เป็นการประกอบกิจการค้าหากำไรตามปกติไม่ โจทก์จึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๑) ซึ่งจะต้องใช้อายุความสองปีบังคับแก่คดีดังข้อฎีกาของจำเลย และโดยที่ค่ากระแสไฟฟ้าประจำเดือนมิใช่จำนวนเงินที่ตกลงไว้แน่นอน แม้จะกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลากรณีของโจทก์ก็ไม่ต้องด้วยอายุความห้าปี ตามมาตรา ๑๖๖ จึงต้องอายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนดสิบปีตามมาตรา ๑๖๔ มาใช้บังคับ สิทธิเรียกร้องค่ากระแสไฟฟ้าในเดือนตุลาคม ๒๕๑๔ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๑๕ นับถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๒ ปีเศษ คดีโจทก์จึงหาขาดอายุความไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2517/2520 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยนายสุนทร ตันถาวร รักษาการผู้อำนวยการการ ไฟฟ้าเขต 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสต้า โดยนายสุขุม สมศิริ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้น ส่วนผู้จัดการกับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความรักษาการผู้อำนวยการการ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยนายสุนทร ตันถาวร · โจทก์ - ไฟฟ้าเขต 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี · ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้น - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสต้า โดยนายสุขุม สมศิริ · ล. - ส่วนผู้จัดการกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุศล บุญยืน · ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายคงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1808/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2768/2519ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา