⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 270/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้ทรงเช็คที่ได้รับโอนโดยการส่งมอบย่อมเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย และผู้ลงลายมือชื่อในเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น แม้จะประทับตราห้างก็ตาม 2. ข้อตกลงระหว่างผู้สั่งจ่ายและผู้รับเช็คว่าเช็คนั้นจะยังไม่นำไปใช้ย่อมไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายได้ 3. ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถจดวันที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คที่ไม่ได้ลงวันที่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คโดยประทับตราห้างจำเลยที่ 1 ให้แก่ น. น. โอนเช็คนี้ให้โจทก์ เช็คดังกล่าวเป็นเช็คสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือโอนกันได้เพียงด้วยการส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918 ประกอบด้วยมาตรา 989 โจทก์จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อเพียงแต่ประทับตราห้างจำเลยที่ 1ไว้ในเช็ค จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900, 901 แม้จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้ น.เพื่อเป็นประกันเช็คของบุคคลอื่น โดย น.รับรองกับจำเลยว่าจะไม่เอาเช็คไปใช้ จำเลยก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 เช็คไม่ได้ลงวันที่ออกไว้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายกระทำโดยสุจริจจะจดวันตามที่ถูกต้องแท้จริงก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 ประกอบมาตรา 989

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.901 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.910 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.918 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้รับเช็คจากนายนิมิตร อุ่นจิตติกุล สลักหลังมอบให้โจทก์เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บ แต่เรียกเก็บเงินไม่ได้ โดยธนาคารแจ้งว่า "เช็คระงับจ่าย" ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค ไม่ใช่ผู้เสียหาย เช็คพิพาทยังไม่ได้กรอกข้อความสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ใด มีผู้ทุจริตร่วมกับนายนิมิตร อุ่นจิตติกุล และโจทก์ปลอมแปลงเอกสารเช็คดังกล่าวขึ้น โดยนำเช็คที่จำเลยที่ ๑ ลงชื่อประทับตราไว้แล้วไปกรอกวัน เดือน ปี และจำนวนเงินลง จำเลยที่ ๑ จึงแจ้งธนาคารขอให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คนี้ไว้โจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ ๒ ได้ออกเช็คพิพาทโดยประทับตราห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๑ ให้แก่นายนิมิตร อุ่นจิตติกุล และนายนิมิตร ได้โอนเช็คฉบับนี้ให้โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ทราบว่านายนิมิตรมอบเช็คพิพาทให้โจทก์ จำเลยจึงแจ้งธนาคารอายัดเช็คพิพาทไว้ มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คประเภทสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ จึงโอนกันได้เพียงด้วยส่งมอบให้กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๘ ประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙ นายนิมิตร อุ่นจิตติกุล ได้นำเช็คพิพาทขอแลกเงินสดไปจากโจทก์ โจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙๐๔ เมื่อจำเลยรับว่าเป็นผู้ลงลายมือชื่อ เพียงแต่ประทับตราห้างจำเลยที่ ๑ ไว้ในเช็คพิพาท จำเลยต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐, ๙๐๑ และแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้นายนิมิตร อุ่นจิตติกุล เพื่อเป็นประกันเช็คของบุคคลอื่น โดยนายนิมตรรับรองกับจำเลยว่าจะไม่เอาเช็คพิพาทไปใช้ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาก็ตาม จำเลยทั้งสองก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๖ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งจำเลยก็มิได้ให้การว่าโจทก์รับเช็คฉบับนี้มาโดยสมคบกับนายนิมิตรด้วยคบคิดกันฉ้อฉลแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าโจทก์รับโอนมาสุจริต ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทไม่ได้ลงวันเดือนปีสั่งจ่าย การที่โจทก์จดวัน เดือน ปีลงในเช็คตามอำเภอใจเป็นการปลอมแปลงอย่างแน่ชัด โจทก์จึงมิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ถึงแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าเช็คพิพาทจะไม่ได้ลงวันที่ออกไว้ก็ตาม โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทำโดยสุจริตจะจดวันตามที่ถูกต้องแท้จริงลงก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๐ ประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙ จึงไม่เป็นการปลอมแปลงแต่อย่างใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2520 นายเฉลิม เรืองต่อวงศ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ่งเฮงง้วน อิมปอร์ต กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเฉลิม เรืองต่อวงศ์ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ่งเฮงง้วน อิมปอร์ต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ชลูตม์ สวัสดิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ทิพยโกศัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 5603/2542ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 698/2537ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2521/2540ฎีกา 369/2522ฎีกา 2902/2557ฎีกา 351/2525ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 1162/2515ฎีกา 425/2501ฎีกา 104/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 270/2496ฎีกา 4282/2536ฎีกา 7617/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา