⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 690/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมือเปล่าที่ได้มาโดยการยกให้ตามกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นการครอบครองที่ผิดวัตถุประสงค์และไม่ชอบธรรม

ย่อคำพิพากษา

กรมจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ตามบทบัญญัติทั้งปวงแห่งกฎหมาย ซึ่งรวมทั้งมีสิทธิครอบครองที่ดินตามที่ได้รับยกให้ด้วย ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าโจทก์ซื้อมาจากผู้อื่น ต่อมานายอำเภอได้ประกาศสงวนไว้ ครบกำหนดไม่มีผู้คัดค้านทางจังหวัดจึงยกให้จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 เข้าครอบครองโดยลักษณะโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตลอดมาดังนี้ ไม่ปรากฏว่าการเข้าครอบครองที่พิพาทจะผิดวัตถุประสงค์และไม่ชอบธรรมด้วยประการใดโจทก์ย่อมฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกจำเลยที่ 1 แย่งการครอบครองไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้สั่งให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 บุกรุกเข้าแผ้วถางปลูกอาคารลงบนที่ดินโจทก์บางส่วน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์ต่อไป จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องซึ่งมีเอกสาร น.ส. 3 นั้นเป็นเพียงแสดงสิทธิครอบครอง จำเลยเข้าครอบครองมา 5 ปีเศษแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยได้แย่งการครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าเป็นเวลาเกิน 1 ปีแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่พิพาทคืน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทโจทก์ซื้อมาและได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว ต่อมาทางจังหวัดได้สำรวจเพื่อตั้งวิทยาลัยครู แล้วนายอำเภอได้ประกาศสงวน ครบกำหนดประกาศไม่มีผู้ใดคัดค้าน ทางจังหวัดจึงยกให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ได้รับแล้วได้เข้าดำเนินการปรับพื้น ล้อมรั้ว กับดำเนินการสร้างบ้านพักและวิทยาลัยครูโจทก์ได้เห็นที่พิพาทถูกล้อมรั้วและมีการก่อสร้างได้ขอให้ทางราชการรื้ออาคารที่สร้างออกไปแต่จำเลยก็ตอบว่าเป็นที่ดินของทางราชการไม่ใช่ของโจทก์ ซึ่งเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตลอดมา นับระยะเวลาตั้งแต่โจทก์ทราบว่าจำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 2 ปีเศษ แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลชนิดไม่มีวัตถุประสงค์จะแย่งสิทธิครอบครองของบุคคลใดว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ตามบทบัญญัติทั้งปวงแห่งกฎหมาย ซึ่งรวมทั้งมีสิทธิครอบครองที่ดินตามที่ได้รับยกให้ด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่าการเข้าครอบครองที่พิพาทจะผิดวัตถุประสงค์และไม่ชอบด้วยประการใด ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปีนับแต่วันที่ถูกจำเลยแย่งการครอบครองย่อมไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2520 นางบัวเขียว มณีวรรณ โจทก์ กรมฝึกหัดครู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวเขียว มณีวรรณ · จำเลย - กรมฝึกหัดครู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม ดุลยสุข · ถนอม ครูไพศาล · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 990/2514ฎีกา 2032/2542ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 4117/2566ฎีกา 588/2514ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา