คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาตามยอมให้บังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คู่ความจะขอให้ศาลเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงการบังคับคดีให้ผิดไปจากสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยโอนที่ดิน ถ้าโอนไม่ได้ให้ใช้เงิน จำเลยยอมชำระเงินให้แก่โจทก์ ศาลพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์จึงนำยึดที่พิพาทของจำเลยประกาศขายทอดตลาดผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์ในที่สุดผู้ร้องขัดทรัพย์กับโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยตกลงให้ขายทอดตลาดที่พิพาท ได้รับเงินสุทธิเท่าใดแบ่งให้โจทก์กับผู้ร้องคนละส่วน ศาลพิพากษาคดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมแล้ว แต่เมื่อคดีนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาผู้ร้องได้เป็นโจทก์ฟ้อง ท. กับโจทก์เป็นจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทนี้ โดยขอเพิกถอนการฉ้อฉล เพิกถอนทำลายสัญญาประนีประนอมยอมความระงับการขายทอดตลาด บังคับ ท. โอนขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง ต่อมาผู้ร้องขอถอนฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ ท.โอนสิทธิครอบครองให้ผู้ร้องเช่นนี้ ผู้ร้องจะแถลงต่อศาลขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีให้ผิดไปจากสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีร้องขัดทรัพย์หาได้ไม่ ชอบที่ศาลจะดำเนินการบังคับคดีต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยให้โอนที่ดิน ถ้าโอนไม่ได้ให้ใช้เงินจำเลยยอมชำระเงินให้แก่โจทก์ ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์จึงนำยึดที่พิพาทของจำเลยประกาศขายทอดตลาด ผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์ในที่สุดผู้ร้องขัดทรัพย์กับโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงให้ขายทอดตลาดที่พิพาทได้เงินสุทธิเท่าใดแบ่งให้โจทก์กับผู้ร้องคนละส่วน ศาลพิพากษาคดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมแล้ว ขณะคดีนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาผู้ร้องได้เป็นโจทก์ฟ้อง ท. และโจทก์เป็นจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทนี้ โดยขอเพิกถอนการฉ้อฉล เพิกถอนทำลายสัญญาประนีประนอมยอมความระงับการขายทอดตลาด บังคับ ท. โอนขายที่พิพาทให้กับผู้ร้อง ต่อมาผู้ร้องขอถอนฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ ท. โอนสิทธิครอบครองให้ผู้ร้อง ผู้ร้องแถลงต่อศาลขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการยึด
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าโจทก์มีอำนาจยึดที่ดินของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป
ผู้ร้องฎีกาขอให้ถอนการยึด
ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องเคยร้องขัดทรัพย์ที่พิพาท และในที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ยอมให้ขายทอดตลาดที่พิพาทได้ ได้เงินสุทธิเท่าใด แบ่งเป็น 2 ส่วน ให้โจทก์ 1 ส่วน และให้ผู้ร้อง 1 ส่วน ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ผู้ร้องจะแถลงต่อศาลขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีให้ผิดไปจากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวนั้นหาได้ไม่ การแถลงของผู้ร้องเช่นนั้นไม่มีผลอย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ถอนการยึดที่พิพาทไม่ชอบให้ดำเนินคดีต่อไปนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2521
นายชัชวาลย์ พงษ์สมบูรณ์ โจทก์
นายประยูร หรือตั๋ง ตันติดำรงค์ กับพวก ผู้ร้อง
นายศิริ คุ้มพันธุ์ หรือจีตรีญาติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชัชวาลย์ พงษ์สมบูรณ์ · ผู้ร้อง - นายประยูร หรือตั๋ง ตันติดำรงค์ กับพวก · จำเลย - นายศิริ คุ้มพันธุ์ หรือจีตรีญาติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · กุศล บุญยืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา