⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1168/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีโดยอ้างบันทึกข้อตกลงที่คู่กรณีทำขึ้น ถือว่าเป็นการแสดงสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับที่ชัดเจนแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม บันทึกข้อตกลงที่คู่กรณีทำขึ้น แม้จะยังไม่สมบูรณ์เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่หากมีข้อตกลงที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรับผิด ก็ถือเป็นนิติกรรมที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีได้ การที่จำเลยทำบันทึกยอมรับผิดในฐานะตัวแทนของนิติบุคคล ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาตั้งตัวแทนโดยปริยาย ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือตามกฎหมาย เว้นแต่จะเป็นการตั้งตัวแทนเชิดตามที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการห้างจำเลยที่ 2 และในฐานะส่วนตัว ได้ทำบันทึกยินยอมซ่อมรถโจทก์ที่ 1 และยินยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลโจทก์ที่ 2 ในการที่นายสมุทรลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ทำละเมิดโจทก์ทั้งสอง ขอให้บังคับรับผิดตามบันทึก โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยฐานละเมิด จึงไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์อย่างไร เป็นฟ้องที่แสดงชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม บันทึกไกล่เกลี่ยที่มีข้อความว่าจำเลยที่ 1 ตัวแทนจำเลยที่ 2 ยินยอมชดใช้ค่าซ่อมรถของโจทก์ที่ 1 และค่ารักษาพยาบาลของโจทก์ที่ 2 โดยจะมอบหมายให้บริษัทประกันภัยมาตกลงกันเองภายหลัง และโจทก์ทั้งสองก็พอใจและไม่ติดใจเอาความ ดังนี้ แม้บันทึกไกล่เกลี่ยจะไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะมิได้เป็นสัญญาที่ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้นไป ยังมีเงื่อนไขให้บริษัทประกันภัยตกลงจำนวนเงินค่าซ่อมและค่ารักษาพยาบาล แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 367 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตามบันทึกไกล่เกลี่ยนั้นได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการห้างจำเลยที่ 2 และในฐานะส่วนตัว ได้ทำบันทึกท้ายฟ้องว่าเป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ยอมชดใช้ค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาล ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 2 ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเชิดจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง และการตั้งตัวแทนซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 นั้น ใช้แต่กรณีที่มีการตั้งตัวแทนจริงๆ ไม่รวมถึงการเป็นตัวแทนเชิดตามมาตรา 821 จึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาที่จำเลยยอมรับผิดใช้ค่าซ่อมและรักษาพยาบาลแก่โจทก์ มิใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดโดยตรง จึงมีอายุความ 10 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการห้างจำเลยที่ 2 และในฐานะส่วนตัวได้บันทึกยินยอมซ่อมรถโจทก์ที่ 1 และจ่ายค่ารักษาพยาบาลโจทก์ที่ 2 ในการที่นายสมุทรลูกจ้าง จำเลยที่ 2 ขับรถชนรถโจทก์ที่ 1 และทำให้โจทก์ที่ 2 บาดเจ็บ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาลพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความแล้วโจทก์ตกลงไปเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินค่าซ่อมและค่ารักษาพยาบาลรวม 29,573 บาท 25 สตางค์ แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าซ่อมรถเป็นเงิน17,365 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 กับให้ชำระค่ารักษาพยาบาล 2,510 บาทแก่โจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการจำเลยที่ 2 และในฐานะส่วนตัว ได้ทำบันทึกยินยอมซ่อมรถโจทก์ที่ 1 และยินยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลโจทก์ที่ 2 ในการที่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ทำละเมิดโจทก์ทั้งสองขอให้บังคับให้รับผิดตามบันทึกโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยฐานละเมิด จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์อย่างไรเป็นฟ้องที่แสดงชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม บันทึกไกล่เกลี่ยที่มีข้อความว่าจำเลยที่ 1 ตัวแทนจำเลยที่ 2 ยินยอมชดใช้ค่าซ่อมรถของโจทก์ที่ 1 และค่ารักษาพยาบาลของโจทก์ที่ 2 โดยจะมอบหมายให้บริษัทประกันภัยมาตกลงกันเองภายหลัง และโจทก์ทั้งสองก็พอใจและไม่ติดใจเอาความ ดังนี้ แม้บันทึกไกล่เกลี่ยจะไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะมิได้เป็นสัญญาที่ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้นไป ยังมีเงื่อนไขให้บริษัทประกันภัยตกลงจำนวนเงินค่าซ่อมและค่ารักษาพยาบาล แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 367 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตามบันทึกไกล่เกลี่ยนั้นได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการจำเลยที่ 2 และในฐานะส่วนตัว ได้บันทึกท้ายฟ้องว่าเป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ยอมชดใช้ค่าซ่อมรถและรักษาพยาบาลย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 2 ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเชิดจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง และการตั้งตัวแทนซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 นั้น ใช้แต่กรณีที่มีการตั้งตัวแทนจริง ๆ ไม่รวมถึงการเป็นตัวแทนเชิดตามมาตรา 821 จึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาที่จำเลยยอมรับผิดใช้ค่าซ่อมและรักษาพยาบาลแก่โจทก์ มิใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดโดยตรง จึงมีอายุความ 10 ปี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2521 นายจริง ลี้สกุล กับพวก โจทก์ นายสถิตย์ แซ่ตั้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจริง ลี้สกุล กับพวก · จำเลย - นายสถิตย์ แซ่ตั้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 6/2475ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 4879/2533ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1531/2526ฎีกา 3394/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา