⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1197/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ที่ระบุผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ และเรื่องที่มอบอำนาจ พร้อมลายมือชื่อผู้มอบอำนาจ ถือว่าสมบูรณ์ แม้ผู้รับมอบอำนาจจะมิได้ลงลายมือชื่อไว้ก็ตาม ผู้แทนของนิติบุคคล เช่น ผู้อำนวยการ มีอำนาจในการร้องทุกข์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนิติบุคคล และสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปร้องทุกข์แทนได้

ย่อคำพิพากษา

แม้หนังสือที่ผู้มอบอำนาจมีไปถึงสารวัตรใหญ่ จะไม่เป็นหนังสือซึ่งผู้มอบอำนาจทำไว้กับผู้รับมอบอำนาจ แต่ก็เป็นหนังสือซึ่งผู้มอบอำนาจมีไปถึงพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ผู้มอบอำนาจขอมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปร้องทุกข์แทน เมื่อผู้รับมอบอำนาจนำหนังสือนั้นไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนและร้องทุกข์แทนตามที่ได้รับมอบอำนาจมา หนังสือนี้ย่อมเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะยึดถือไว้เป็นหลักฐานในสำนวนว่า คดีมีการร้องทุกข์โดยผู้มีอำนาจแล้ว การที่หนังสือดังกล่าวระบุว่าใครเป็นผู้มอบอำนาจให้ใครมาร้องทุกข์เรื่องอะไร และมีลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจลงไว้ ถือได้ว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์อันชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ผู้รับมอบอำนาจจะมิได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจไว้ในหนังสือด้วยก็ไม่ทำให้การมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ (อ้างฎีกาที่ 1058/2520) การร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีอาญาแก่พนักงานของนิติบุคคลเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติโดยทั่วไป ของผู้ซึ่งเป็นผู้แทนของนิติบุคคลทั้งหลายจะพึงกระทำในทางปกป้องรักษาผลประโยชน์ของนิติบุคคล ไม่จำต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือตราเป็นข้อบังคับไว้จึงจะมีอำนาจทำได้ ตำแหน่งผู้อำนายการของนิติบุคคล ถือได้วาเป็น "ผู้แทนอื่น" ตามความหมายของมาตรา 5 (3) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงเป็นผู้มีอำนาจร้องทุกข์แทนนิติบุคคลและมีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปร้องทุกข์แทนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้เสียหาย เป็นองค์การขอรัฐบาลใช้ชื่อย่อว่า อ.ส.ท. มีฐานะเป็นนิติบุคคล จำเลยเป็นพนักงานของ อ.ส.ท. มีหน้าที่รับจองสถานที่พักตากอากาศ และจำหน่ายบัตรเล่นกอล์ฟ จำเลยได้จำหน่ายบัตรเล่นกอล์ฟแก่ลูกค้าจำนวน ๑,๑๔๖ ใบ เป็นเงิน ๑๐๓,๑๔๐ บาท ได้รับเงินแล้วเบียดบังยักยอกเอาเป็นของตน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำให้ อ.ส.ท. ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ กับให้จำเลยคืนเงินแก่ อ.ส.ท. จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้จำคุก ๖ ปี กับให้จำเลยคืนเงินแก่ อ.ส.ท. ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นบทเฉพาะเพียงบทเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจซึ่งผู้อำนายการ อ.ส.ท.มอบให้ไปร้องทุกข์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้หนังสือที่ผู้อำนายการมีไปถึงสารวัตรใหญ่ จะไม่เป็นหนังสือซึ่งผู้มอบอำนาจทำไว้กับผู้รับมอบอำนาจ แต่ก็เป็นหนังสือซึ่งผู้รับมอบอำนาจมีไปถึงพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งให้ทราบว่าผู้มอบอำนาจขอมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปร้องทุกข์แทน เมื่อผู้รับมอบอำนาจนำหนังสือนั้นไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนและร้องทุกข์แทนตามที่ได้รับมอบอำนาจมา หนังสือนี้ย่อมเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะยึดถือไว้เป็นหลักฐานในสำนวนว่า คดีได้มีการร้องทุกข์โดยผู้มีอำนาจแล้ว หนังสือนี้จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจอยู่ในตัว การที่หนังสือดังกล่าวระบุว่าใครเป็นผู้มอบอำนาจให้ใครมาร้องทุกข์เรื่องอะไร และมีลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจลงไว้ ถือได้ว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์อันชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ผู้รับมอบอำนาจจะมิได้ลงลายมือชื่อรับเป็นผู้รับมอบอำนาจไว้ในหนังสือด้วยก็ไม่ทำให้การมอบอำนาจนี้ไม่สมบูรณ์ ที่จำเลยฎีกาคัดค้านเรื่องอำนาจของผู้อำนวยการ อ.ส.ท.ในการร้องทุกข์นั้น แม้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจะบัญญัติว่า "ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของ อ.ส.ท.ให้เป็นไปตามนโยบาย และข้อบังคับซึ่งคณะกรรมการกำหนด ฯลฯ" แต่การร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานดำนินคดีอาญาแก่พนักงานของ อ.ส.ท.ซึ่งยักยอเงินไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่คณะกรรมการ อ.ส.ท.จะต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือตราเป็นข้อบังคับไว้ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติโดยทั่วไปซึ่งผู้แทนนิติบุคคลทั้งหลายจะพึงกระทำในทางปกป้องรักษาผลประโยชน์ของนิติบุคคล แม้ตำแหน่งของผู้มอบอำนาจจะมิได้เรียกว่าผู้จัดการ แต่ตำแหน่งผู้อำนวยการถือได้ว่าเป็น "ผู้แทนอื่น" ของ อ.ส.ท.ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงมีอำนาจร้องทุกข์ตามมาตรา ๓ และมาตรา ๕ (๓) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปร้องทุกข์แทนได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2521 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวงรักษ์ หรือ จงรักษ์ สุนทรวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายวงรักษ์ หรือ จงรักษ์ สุนทรวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเอนก สุเสารัจ · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 990/2514ฎีกา 1452/2511ฎีกา 5917/2545ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1167/2530ฎีกา 6/2475ฎีกา 1897/2538ฎีกา 618/2568ฎีกา 3593/2529ฎีกา 4117/2566ฎีกา 588/2514ฎีกา 8537/2553ฎีกา 158/2509ฎีกา 185/2489ฎีกา 312/2534ฎีกา 156/2513ฎีกา 1/2511ฎีกา 1815/2493ฎีกา 276/2520ฎีกา 4977/2533ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 2837/2522ฎีกา 3352/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา