⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1197/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2521

ป.พ.พ. ม.69, 75, 798 · ป.วิ.อาญา ม.3, 5

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ที่ระบุผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ และเรื่องที่มอบอำนาจ พร้อมลายมือชื่อผู้มอบอำนาจ ถือว่าสมบูรณ์ แม้ผู้รับมอบอำนาจจะมิได้ลงลายมือชื่อไว้ก็ตาม ผู้แทนของนิติบุคคล เช่น ผู้อำนวยการ มีอำนาจในการร้องทุกข์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนิติบุคคล และสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปร้องทุกข์แทนได้

ย่อคำพิพากษา

แม้หนังสือที่ผู้มอบอำนาจมีไปถึงสารวัตรใหญ่ จะไม่เป็นหนังสือซึ่งผู้มอบอำนาจทำไว้กับผู้รับมอบอำนาจ แต่ก็เป็นหนังสือซึ่งผู้มอบอำนาจมีไปถึงพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ผู้มอบอำนาจขอมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปร้องทุกข์แทน เมื่อผู้รับมอบอำนาจนำหนังสือนั้นไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนและร้องทุกข์แทนตามที่ได้รับมอบอำนาจมา หนังสือนี้ย่อมเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะยึดถือไว้เป็นหลักฐานในสำนวนว่า คดีมีการร้องทุกข์โดยผู้มีอำนาจแล้ว การที่หนังสือดังกล่าวระบุว่าใครเป็นผู้มอบอำนาจให้ใครมาร้องทุกข์เรื่องอะไร และมีลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจลงไว้ ถือได้ว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์อันชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ผู้รับมอบอำนาจจะมิได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจไว้ในหนังสือด้วยก็ไม่ทำให้การมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ (อ้างฎีกาที่ 1058/2520) การร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีอาญาแก่พนักงานของนิติบุคคลเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติโดยทั่วไป ของผู้ซึ่งเป็นผู้แทนของนิติบุคคลทั้งหลายจะพึงกระทำในทางปกป้องรักษาผลประโยชน์ของนิติบุคคล ไม่จำต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือตราเป็นข้อบังคับไว้จึงจะมีอำนาจทำได้ ตำแหน่งผู้อำนายการของนิติบุคคล ถือได้วาเป็น "ผู้แทนอื่น" ตามความหมายของมาตรา 5 (3) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงเป็นผู้มีอำนาจร้องทุกข์แทนนิติบุคคลและมีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปร้องทุกข์แทนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้เสียหาย เป็นองค์การขอรัฐบาลใช้ชื่อย่อว่า อ.ส.ท. มีฐานะเป็นนิติบุคคล จำเลยเป็นพนักงานของ อ.ส.ท. มีหน้าที่รับจองสถานที่พักตากอากาศ และจำหน่ายบัตรเล่นกอล์ฟ จำเลยได้จำหน่ายบัตรเล่นกอล์ฟแก่ลูกค้าจำนวน ๑,๑๔๖ ใบ เป็นเงิน ๑๐๓,๑๔๐ บาท ได้รับเงินแล้วเบียดบังยักยอกเอาเป็นของตน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำให้ อ.ส.ท. ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ กับให้จำเลยคืนเงินแก่ อ.ส.ท. จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้จำคุก ๖ ปี กับให้จำเลยคืนเงินแก่ อ.ส.ท. ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นบทเฉพาะเพียงบทเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจซึ่งผู้อำนายการ อ.ส.ท.มอบให้ไปร้องทุกข์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้หนังสือที่ผู้อำนายการมีไปถึงสารวัตรใหญ่ จะไม่เป็นหนังสือซึ่งผู้มอบอำนาจทำไว้กับผู้รับมอบอำนาจ แต่ก็เป็นหนังสือซึ่งผู้รับมอบอำนาจมีไปถึงพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งให้ทราบว่าผู้มอบอำนาจขอมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปร้องทุกข์แทน เมื่อผู้รับมอบอำนาจนำหนังสือนั้นไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนและร้องทุกข์แทนตามที่ได้รับมอบอำนาจมา หนังสือนี้ย่อมเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะยึดถือไว้เป็นหลักฐานในสำนวนว่า คดีได้มีการร้องทุกข์โดยผู้มีอำนาจแล้ว หนังสือนี้จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจอยู่ในตัว การที่หนังสือดังกล่าวระบุว่าใครเป็นผู้มอบอำนาจให้ใครมาร้องทุกข์เรื่องอะไร และมีลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจลงไว้ ถือได้ว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์อันชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ผู้รับมอบอำนาจจะมิได้ลงลายมือชื่อรับเป็นผู้รับมอบอำนาจไว้ในหนังสือด้วยก็ไม่ทำให้การมอบอำนาจนี้ไม่สมบูรณ์ ที่จำเลยฎีกาคัดค้านเรื่องอำนาจของผู้อำนวยการ อ.ส.ท.ในการร้องทุกข์นั้น แม้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจะบัญญัติว่า "ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของ อ.ส.ท.ให้เป็นไปตามนโยบาย และข้อบังคับซึ่งคณะกรรมการกำหนด ฯลฯ" แต่การร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานดำนินคดีอาญาแก่พนักงานของ อ.ส.ท.ซึ่งยักยอเงินไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่คณะกรรมการ อ.ส.ท.จะต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือตราเป็นข้อบังคับไว้ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติโดยทั่วไปซึ่งผู้แทนนิติบุคคลทั้งหลายจะพึงกระทำในทางปกป้องรักษาผลประโยชน์ของนิติบุคคล แม้ตำแหน่งของผู้มอบอำนาจจะมิได้เรียกว่าผู้จัดการ แต่ตำแหน่งผู้อำนวยการถือได้ว่าเป็น "ผู้แทนอื่น" ของ อ.ส.ท.ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงมีอำนาจร้องทุกข์ตามมาตรา ๓ และมาตรา ๕ (๓) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปร้องทุกข์แทนได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2521 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวงรักษ์ หรือ จงรักษ์ สุนทรวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายวงรักษ์ หรือ จงรักษ์ สุนทรวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเอนก สุเสารัจ · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3449/2543ฎีกา 15572/2558ฎีกา 681/2506ฎีกา 990/2514ฎีกา 1452/2511ฎีกา 5917/2545ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1167/2530ฎีกา 6/2475ฎีกา 1897/2538ฎีกา 3829/2531ฎีกา 88/2497ฎีกา 618/2568ฎีกา 3593/2529ฎีกา 4117/2566ฎีกา 588/2514ฎีกา 8537/2553ฎีกา 158/2509ฎีกา 185/2489ฎีกา 312/2534ฎีกา 156/2513ฎีกา 1/2511ฎีกา 369/2539ฎีกา 1815/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา