⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 122/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินที่ซื้อขายกันยังไม่ได้มีการแยกนับและส่งมอบ กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อ แต่หากมีการแยกนับและส่งมอบทรัพย์สินส่วนใดส่วนหนึ่งไปแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนนั้นย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันที

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ทำสัญญาซื้ออิฐไว้จากผู้ขาย ชำระราคาแล้ว แต่ยังไม่มีการแยกนับและส่งมอบ ต่อมาโจทก์ได้ให้จำเลยไปรับอิฐบางส่วนจากผู้ขายดังกล่าวเพื่อถวายวัด จำเลยรับอิฐเกินไปจากที่โจทก์สั่ง แล้วนำอิฐส่วนที่เกินนี้ไปขายเสียเอง การที่จำเลยไปรับอิฐแทนโจทก์นั้นถือว่าได้มีการแยกนับจำนวนแน่นอนเป็นครั้งคราวเฉพาะอิฐจำนวนที่จำเลยรับไปนั้นได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460 การที่จำเลยนำอิฐที่รับเกินไปขายโดยไม่มีอำนาจย่อมเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจและเมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.460 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.812

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ซื้ออิฐจากผู้ขายรวมจำนวน 140,000 ก้อนชำระราคาแล้ว ส่วนอิฐผู้ซื้อจะไปรับเอาในภายหลัง ต่อมาโจทก์ให้จำเลยไปรวมรวมอิฐจากผู้ขายจำนวน 40,000 ก้อนเพื่อถวายวัดปงวัง แต่จำเลยไปรวบรวมได้ถึง 86,300 ก้อน แล้วนำอิฐจำนวนที่รับเกินมา 46,300 ก้อนไปขายโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าอิฐ4,630 บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าได้นำอิฐที่รับเกินไปขายจริง แต่ยังไม่ได้รับเงินจากผู้ซื้อจำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ซึ่งจะต้องแบ่งกำไรกันคนละครึ่งหักจากเงินค่าอิฐที่ขายแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง 1,830 บาท จำเลยขอคิดค่าเสียหายที่โจทก์ดำเนินคดีอาญากับจำเลย 5,000 บาท หักหนี้กับโจทก์แล้วคงเหลือ3,170 บาท จึงฟ้องแย้งขอบังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้ง เสร็จการพิจารณาแล้วพิพากษาว่า อิฐตามสัญญาซื้อขาย ผู้ขายยังไม่ได้ส่งมอบ โจทก์ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในอิฐที่ซื้อ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นอื่นตามที่กำหนดไว้ต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ทำสัญญาซื้อิฐจากผู้ขายรวม 5 ราย มีจำนวน 140,000 ก้อน โจทก์ได้ชำระค่าอิฐล่วงหน้า ส่วนอิฐผู้ขายแต่ละรายเป็นผู้ดูแลรักษาไว้โดยโจทก์หรือผู้แทนโจทก์จะไปรับมอบในภายหลัง ต่อมาจำเลยเป็นผู้ไปรับอิฐจากผู้ขายแทนโจทก์ไปทั้งหมด 86,300 ก้อน แล้วนำอิฐจำนวนดังกล่าวไปให้นายประพัฒน์ 30,000ก้อน และถวายวัดปงวัง 10,000 ก้อน ตามคำสั่งของโจทก์ ส่วนที่เหลือ 46,300 ก้อน จำเลยนำไปขายให้นายชุมและยังไม่ได้ชำระค่าอิฐจำนวนนี้ให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ตอนทำสัญญาซื้อขายจะยังมิได้มีการนับแยกจำนวนแน่นอนเพื่อการส่งมอบ อันจะถือได้ว่ากรรมสิทธิ์ในอิฐที่ซื้อโอนไปยังโจทก์ผู้ซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460ก็ตาม แต่การที่จำเลยไปรับอิฐจากผู้ขายแทนโจทก์ตามจำนวนในเวลาต่อมาถือได้ว่าได้มีการแยกนับจำนวนแน่นอนเป็นครั้งคราวตามที่จำเลยรับมอบไปจากผู้ขายแทนโจทก์แล้วตามสัญญา ศาลฎีกาเห็นว่าเฉพาะอิฐจำนวนที่จำเลยรับไปนั้นได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ไปแล้ว หากเป็นดังข้ออ้างโจทก์ว่าจำเลยนำอิฐส่วนที่รับเกินไปขายโดยไม่มีอำนาจโดยชอบ ย่อมเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ และเมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2521 นายสุพรรณ์ นุชนิยม โจทก์ นายมูล วิงวอน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุพรรณ์ นุชนิยม · จำเลย - นายมูล วิงวอน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 79/2472ฎีกา 770/2486ฎีกา 3616/2558ฎีกา 2046/2531ฎีกา 225/2530ฎีกา 1611/2512ฎีกา 2489/2528ฎีกา 5774/2534ฎีกา 689/2510ฎีกา 2117-2124/2528ฎีกา 673/2511ฎีกา 2050/2492ฎีกา 723/2492ฎีกา 2957/2529ฎีกา 1257/2493ฎีกา 1585/2529ฎีกา 1071/2510ฎีกา 1017/2520ฎีกา 769/2505ฎีกา 4341/2531ฎีกา 2419/2534ฎีกา 1107/2497ฎีกา 6470/2541ฎีกา 3981/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา