⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1290/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1290/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องขาดเพียงชื่อเจ้าของทรัพย์ แต่สามารถอนุโลมให้เข้าใจได้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของผู้ใดจากข้อความอื่นในคำฟ้อง ถือว่าคำฟ้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ในคดีลักทรัพย์ ฟ้องโจทก์ย่อมต้องระบุชื่อเจ้าของทรัพย์เพื่อจำเลยจะต่อสู้คดีได้ แต่กฎหมายก็มิได้บังคับเด็ดขาดว่าต้องระบุชื่อเสมอไปคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องครบถ้วนขาดแต่ชื่อเจ้าของทรัพย์เท่านั้น แต่เมื่ออ่านคำฟ้องโดยตลอดก็พอจะทราบได้ว่าเจ้าของทรัพย์เป็นผู้ใด เพราะในตอนท้ายได้กล่าวไว้ว่าระหว่างสอบสวนจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ตามหมายขังของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขดำที่ พ.643/2519 ซึ่งพอจะอนุโลมได้ว่าเป็นส่วนประกอบของคำฟ้อง และปรากฏว่าในคดีที่ขอฝากขังดังกล่าวนั้นได้ระบุชื่อเจ้าของทรัพย์ไว้ด้วย จำเลยน่าจะเข้าใจได้ดีว่าทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของผู้ใด ฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกลักรถจักรยานยนต์หรือรับของโจรรถดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357, 83 จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำฟ้องโจทก์มิได้ระบุชื่อเจ้าทรัพย์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมาในฟ้อง จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) รับพิจารณาไม่ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องต้องมีการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีโดยปกติในคดีลักทรัพย์ ฟ้องย่อมต้องระบุชื่อเจ้าของทรัพย์เพื่อจำเลยจะต่อสู้คดีได้ แต่กฎหมายก็มิได้บังคับเด็ดขาดว่าต้องระบุชื่อเจ้าทรัพย์เสมอไป คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น คงขาดแต่ชื่อเจ้าของทรัพย์เท่านั้น แต่เมื่ออ่านคำฟ้องโดยตลอดก็พอจะทราบได้ว่าเจ้าของทรัพย์เป็นผู้ใด เพราะในตอนท้ายได้กล่าวไว้ว่า ระหว่างสอบสวนจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ตามหมายขังของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขดำที่ พ.643/2519 ซึ่งพอจะอนุโลมได้ว่าเป็นส่วนประกอบของคำฟ้อง และปรากฏว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ พ.643/2519 ได้ระบุชื่อเจ้าของทรัพย์ไว้ด้วย จำเลยน่าจะเข้าใจได้ดีว่าทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของผู้ใดจึงเห็นว่าฟ้องของโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) แล้ว และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าพยานโจทก์ยังมีข้อสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลแห่งคำพิพากษา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1290/2521 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายต้อย วันเพ็ญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายต้อย วันเพ็ญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 824/2535ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 6863/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา