⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2200/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากไม่กระทำการเช่นนั้น สิทธิของตนเองจะทำอันตราย หรือมิฉะนั้นก็อาจจะทำอันตรายแก่ตนได้ โดยไม่จำเป็นต้องหนี และการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุ ถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อเหตุขึ้น รุกรานเข้าไปยิงโดยเจตนาฆ่าจำเลยที่ 1 ถึงในบ้าน (โดยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิง 1 นัด จากลานบ้านขึ้นไปบนบ้าน) จำเลยที่ 1 จึงกระโดดจากชานลงไปที่โคนต้นมะม่วง ห่างจำเลยที่ 2 ประมาณ 2 เมตร จำเลยที่ 2 บรรจุกระสุนปืนอีก และจ้องปืนมาที่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงขักอาวุธปืนที่ติดตัวอยู่ยิงจำเลยที่ 2 ไป 3 นัด กระสุนปืนถูกโคนแขนจำเลยที่ 2 นัดเดียว ดังนี้ จำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิที่จะทำการป้องกันตัวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องหนีผู้ที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายแก่ตน ในเหตุการณ์ฉุกละหุกเฉพาะหน้า ไม่แน่ว่าจำเลยที่ 2 จะยิงจำเลยที่ 1 อีกหรือไม่ จำเลยที่ 1 ไม่มีโอกาสคิดเป็นอย่างอื่น นอกจากยิงเพื่อป้องกันตนให้พ้นอันตรายเฉพาะหน้า เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ บังอาจมีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ขนาด .๓๒ จำนวน ๑ กระบอก กับกระสุนปืนขนาด .๓๒ จำนวน ๕ นัด ซึ่งเป็นของบุคคลอื่นที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ไว้ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ โดยมิได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสองต่างบังอาจใช้อาวุธปืนยิงโดยเจตนาฆ่าซึ่งกันและกัน จำเลยทั้งสองลงมือกระทำความผิดตลอดแล้ว แต่ไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนซึ่งจำเลยที่ ๑ ยิงจำเลยที่ ๒ หลายนัดนั้นถูกแขนจำเลยที่ ๒ นัดเดียว ได้รับอันตรายแก่กาย ไม่อาจทำให้จำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตายและกระสุนปืนที่จำเลยที่ ๒ ยิงจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑ นัด ไม่ถูกจำเลยที่ ๑ เนื่องจากจำเลยที่ ๑ หลบได้ทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่า มิได้กระทำความผิดฐานพยายามฆ่า จำเลยที่ ๑ รับสารภาพมีอาวุธปืน ฯ เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองจริงดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๑ ฯ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ฯ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ลงโทษฐานมีอาวุธปืนฯ จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒,๐๘๐ บาท จำเลยที่ ๑ รับสารภาพฐานมีอาวุธปืนฯ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ จำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑,๐๔๐ บาท รวมโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๐ ปี ๓ เดือน ปรับ ๑,๐๔๐ บาท ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ฯลฯ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ให้รอการลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานมีอาวุธนั้นไว้ในความครอบครองมิกำหนด ๑ ปี ฯ คงปรับสถานเดียว ฯลฯ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ มาขออนุญาตจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านจัดให้มีการเล่นการพนันกันที่งานวัดในหมู่บ้าน แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ยอม จำเลยที่ ๒ ไม่พอใจ ต่อมาประมาณ ๒๐ นาฬิกา จำเลยที่ ๒ กับพวก ๖ - ๗ คนมาหาจำเลยที่ ๑ อีก ขณะนั้นจำเลยที่ ๑ นั่งคุยกับญาติอยู่ที่ชานบ้าน มีตะเกียงจุดไว้ดวงหนึ่ง จำเลยที่ ๒ เข้าไปยืนพูดท้าทายจำเลยที่ ๑ ใน บ้าน แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงจำเลยที่ ๑ ก่อนกระสุนปืนลูกซองถูกฝาบ้านจำเลยที่ ๑ จำนวน ๙ รู และทะลุฝาไปถูกสังกะสีหลังคา ๘ รู เป็นการยิงจากพื้นดินปลายชานบ้าน จำเลยที่ ๒ จึงเป็นผู้ก่อเหตุขึ้น รุกรานเข้าไปยิงโดยเจตนาฆ่าจำเลยที่ ๑ ถึงในบ้าน จำเลยที่ ๑ ย่อมมีสิทธิที่จะทำการป้องกันตัวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องหนีผู้ที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายแก่ตน เมื่อจำเลยที่ ๒ ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยที่ ๑ แล้วยังไม่กลับออกจากบ้านจำเลยที่ ๑ ไป จำเลยที่ ๑ จึงกระโดดจากชานลงไปที่โคนต้นมะม่วง ห่างจำเลยที่ ๒ ประมาณ ๒ เมตร จำเลยที่ ๒ บรรจุกระสุนปืนอีก และจ้องปืนมาที่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ มีอาวุธปืนอยู่ที่ตัว จำเลยที่ ๑ จึงชักอาวุธปืนนั้นยิงจำเลยที่ ๒ ในขณะเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุกอยู่เฉพาะหน้า ไม่แน่ว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งถืออาวุธปืนจ้องอยู่ระยะใกล้นั้นจะยิงจำเลยที่ ๑ อีกหรือไม่ ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ยิงเพื่อป้องกันตัว การที่จำเลยที่ ๑ ยิงปืนไป ๓ นัด กระสุนปืนถูกโคนแขนจำเลยที่ ๒ นัดเดียว แสดงว่าขณะยิงจำเลยที่ ๑ ไม่มีโอกาสคิดเป็นอย่างอื่นนอกจากป้องกันตนให้พ้นอันตรายเฉพาะหน้า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุจำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิด ฯลฯ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2521 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายหวด บุญพิลา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · ล. - นายหวด บุญพิลา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสุพัฒน์ บุญยุบล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4952/2536ฎีกา 8366/2542ฎีกา 6421/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา