⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2447/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2447/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงโดยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง ถือเป็นองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงได้ แม้จะไม่ได้ระบุความเสียหายเป็นจำนวนเงินก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยเจตนาทุจริตได้หลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยจำเลยทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินกับโจทก์ ซึ่งมีข้อสัญญายอมให้โจทก์ไปเก็บเงินตามบัญชีที่ลูกค้าค้างชำระร้านน่ำกี่หรือปั้งน่ำกี่มาเป็นประโยชน์ของโจทก์ แต่ต่อมาโจทก์นำบัญชีที่ลูกค้าค้างชำระจากจำเลยไปเก็บเงินปรากฏว่าจำเลยไปเก็บเงินจากลูกค้าไปก่อนแล้ว โดยไม่บอกให้โจทก์ทราบขณะทำสัญญาการหลอกลวงโดยปกปิดความจริงดังกล่าว โจทก์หลงเชื่อจึงไม่ติดใจเรียกร้องทรัพย์สินอื่นที่จำเลยได้เอาไปจากโจทก์ ทำให้จำเลยได้ไปซึ่งทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของโจทก์ เช่นนี้เป็นฟ้องที่ได้บรรยายครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง พอที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ไม่จำต้องบรรยายว่าโจทก์เสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าใด เพราะเป็นรายละเอียดซึ่งจะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นน้องโจทก์ช่วยโจทก์ค้าขายในร้านค้าวัสดุก่อสร้างของโจทก์ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยโดยเจตนาทุจริตได้หลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินกับโจทก์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านโป่งว่า "เงินตามบัญชีซึ่งลูกค้าค้างชำระให้กับทางร้านน่ำกี่หรือปั้งน่ำกี่ดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด ก่อนวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๘ ทางนายไพรัชจะเป็นผู้นำบัญชีไปเก็บเงินนำมาเป็นประโยชน์ตนเอง และท้ายสัญญาระบุว่าส่วนบัญชีลูกค้าค้างชำระหนี้อยู่ตามสัญญาข้อ ๒ นั้น ทางฝ่ายนายไพรัชรับไปเรียบร้อยแล้วและสัญญาที่เคยทำกันไว้ก่อนวันทำสัญญานี้ถือเป็นโมฆะ" ต่อมาโจทก์นำบัญชีที่ลูกค้าค้างชำระจากจำเลยไปเก็บเงินจากลูกค้า ปรากฏว่าจำเลยได้เก็บเงินไปก่อนแล้วโดยไม่บอกให้โจทก์ทราบขณะทำสัญญา การหลอกลวงโดยปกปิดความจริงดังกล่าวนั้น โจทก์หลงเชื่อโดยสุจริตจึงไม่ติดใจเรียกร้องเอาทรัพย์สินที่จำเลยได้เอาไปจากโจทก์ และทำให้จำเลยได้ไปซึ่งทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของโจทก์ โจทก์ต้องเสียสิทธิในทรัพย์สินของโจทก์ตามสัญญาแบ่งทรัพย์สินให้แก่จำเลย เหตุเกิดที่ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๕,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่าจำเลยโดยเจตนาทุจริตได้หลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินกับโจทก์ซึ่งมีข้อสัญญายอมให้โจทก์ไปเก็บเงินตามบัญชีที่ลูกจ้างค้างชำระจากจำเลยไปเก็บเงิน ปรากฏว่าจำเลยไปเก็บเงินจากลูกค้าไปก่อนแล้วโดยไม่บอกให้โจทก์ทราบขณะทำสัญญา การหลอกลวงโดยปกปิดความจริงดังกล่าว โจทก์หลงเชื่อจึงไม่ติดใจเรียกร้องทรัพย์สินอื่นที่จำเลยได้เอาไปจากโจทก์ และทำให้จำเลยได้ไปซึ่งทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ของโจทก์ เห็นว่าได้บรรยายการกระทำทั้งหลายถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่อ้างว่าจำเลยฟ้องโจทก์ได้กระทำผิด อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) แล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าโจทก์เสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าใดเพราะเป็นรายละเอียดซึ่งจะต้องนำสืบในเวลาพิจารณา ทั้งรายละเอียดตามบัญชีที่ลูกค้าค้างชำระโจทก์ได้รับบัญชีมาจากจำเลยเอง จำเลยย่อมทราบดีว่าเป็นเงินจำนวนเท่าใด การที่จำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเป็นเหตุให้โจทก์เสียสิทธิอย่างไรก็ได้กล่าวมาในฟ้องแล้ว และโดยการหลอกลวงทำให้จำเลยได้ไปซึ่งทรัพย์สินของโจทก์นั้น ตามคำฟ้องหมายถึงเงินที่ลูกค้าค้างชำระตามบัญชีซึ่งมีข้อสัญญาตามสัญญาแบ่งทรัพย์สินว่าเงินดังกล่าวให้โจทก์ไปเก็บเอาเป็นของโจทก์ แต่จำเลยไปเก็บจากลูกค้าเอาไปเสียก่อน ฟ้องโจทก์ได้บรรยายครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ แล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2447/2521 นายไพรัช ปัทมธานินท์ โจทก์ นางสาวนันทา ปัทมธานินท์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพรัช ปัทมธานินท์ · ล. - นางสาวนันทา ปัทมธานินท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · อุดม จาละ · ยง โรจนสุพจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงราชบุรี - นายบุญศรี กอบบุญ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิท สุนทรขจิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา