⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 410/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่กระทำการในนามของนิติบุคคล ย่อมผูกพันนิติบุคคลนั้น หากนิติบุคคลไม่มีสิทธิกระทำการดังกล่าว บุคคลนั้นก็ไม่มีสิทธิกระทำการนั้นในนามของตนเองเช่นกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เข้าดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งตนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อคดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิที่จะทำการก่อสร้างในที่พิพาท จำเลยที่ 1 ก็ไม่มีสิทธิก่อสร้างอาคารในที่พิพาทในนามของตนเองต่างหากจากห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ น. จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๒ ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่พิพาทโดยมิชอบขอให้ศาลบังคับมิให้จำเลยทำการก่อสร้างและเกี่ยวข้องในที่พิพาท จำเลยทั้งสองให้การว่า ผู้รับมอบอำนาจจาก น. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่าสร้างตึกแถวและอาคารพาณิชย์ในที่พิพาท จำเลยทั้งสองให้การว่า ผู้รับมอบอำนาจจาก น. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่าสร้างตึกแถวและอาคารพาณิชย์ในที่พิพาท ต่อมาเมื่อ น. ถึงแก่กรรม โจทก์พยายามหาวิธีเลิกสัญญากับจำเลย เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้รับมอบอำนาจจาก น. ทำสัญญากับจำเลยที่ ๒ โดยไม่สุจริต สัญญาไม่ผูกพัน น. และกองมรดก พิพากษาห้ามิให้จำเลยเข้าไปทำการก่อสร้างในที่พิพาทและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ไม่รับ เพราะผู้ลงชื่อในอุทธรณ์ไม่มีอำนาจ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ก็ยังมีประเด็นต้องวินิจฉัยในขั้นอุทธรณ์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ตามฟ้องได้หรือไม่ ซึ่งจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ มีสิทธิก่อสร้างในที่พิพาทหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ทำสัญญากับผู้รับมอบอำนาจจาก น. หลังจากที่ น. ถอนการมอบอำนาจแล้วจึงไม่มีผลผูกพัน น. และกองมรดก จำเลยจึงอ้างสิทธิตามสัญญาดังกล่าวไม่ได้ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒ ยุติแล้ว จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิฎีกา ให้ยกฎีกาจำเลยที่ ๒ แล้ววินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ปรากฏว่าคู่สัญญาเช่าสร้างอาคารในที่พิพาท คือผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้แทน ดังนั้น จำเลยที่ ๑ ในฐานะหุ้นส่นวผู้จัดการจึงมิได้มีความผูกพันเป็นส่วนตัวเนื่องแต่สัญญาดังกล่าวแต่อย่างใด การเข้าดำเนินการก่อสร้างในที่พิพาทจึงเป็นการอาศัยสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๒ ดำเนินการก่อสร้างในที่พิพาทจึงเป็นการอาศัยสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ ๒ เมื่อคดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิที่จะทำการก่อสร้างในที่พิพาท จำเลยที่ ๑ ก็ไม่มีสิทธิก่อสร้างอาคารในที่พิพาทในนามของตนเอง ต่างหากจากห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2521 หลวงสารนัยประสาสน์ กับพวก โจทก์ นายบรรพต สุวรรณทวีศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลวงสารนัยประสาสน์ กับพวก · จำเลย - นายบรรพต สุวรรณทวีศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · ชุบ วีระเวคิน · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉลอง จันทรัฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด ณ นคร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 4790/2533ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 4977/2533ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552ฎีกา 958/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา