คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่กระทำการในนามของนิติบุคคล ย่อมผูกพันนิติบุคคลนั้น หากนิติบุคคลไม่มีสิทธิกระทำการดังกล่าว บุคคลนั้นก็ไม่มีสิทธิกระทำการนั้นในนามของตนเองเช่นกัน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 เข้าดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งตนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อคดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิที่จะทำการก่อสร้างในที่พิพาท จำเลยที่ 1 ก็ไม่มีสิทธิก่อสร้างอาคารในที่พิพาทในนามของตนเองต่างหากจากห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 2
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ น. จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๒ ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่พิพาทโดยมิชอบขอให้ศาลบังคับมิให้จำเลยทำการก่อสร้างและเกี่ยวข้องในที่พิพาท
จำเลยทั้งสองให้การว่า ผู้รับมอบอำนาจจาก น. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่าสร้างตึกแถวและอาคารพาณิชย์ในที่พิพาท
จำเลยทั้งสองให้การว่า ผู้รับมอบอำนาจจาก น. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่าสร้างตึกแถวและอาคารพาณิชย์ในที่พิพาท ต่อมาเมื่อ น. ถึงแก่กรรม โจทก์พยายามหาวิธีเลิกสัญญากับจำเลย เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้รับมอบอำนาจจาก น. ทำสัญญากับจำเลยที่ ๒ โดยไม่สุจริต สัญญาไม่ผูกพัน น. และกองมรดก พิพากษาห้ามิให้จำเลยเข้าไปทำการก่อสร้างในที่พิพาทและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ไม่รับ เพราะผู้ลงชื่อในอุทธรณ์ไม่มีอำนาจ
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ก็ยังมีประเด็นต้องวินิจฉัยในขั้นอุทธรณ์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ตามฟ้องได้หรือไม่ ซึ่งจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ มีสิทธิก่อสร้างในที่พิพาทหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ทำสัญญากับผู้รับมอบอำนาจจาก น. หลังจากที่ น. ถอนการมอบอำนาจแล้วจึงไม่มีผลผูกพัน น. และกองมรดก จำเลยจึงอ้างสิทธิตามสัญญาดังกล่าวไม่ได้
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒ ยุติแล้ว จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิฎีกา ให้ยกฎีกาจำเลยที่ ๒ แล้ววินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ปรากฏว่าคู่สัญญาเช่าสร้างอาคารในที่พิพาท คือผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้แทน ดังนั้น จำเลยที่ ๑ ในฐานะหุ้นส่นวผู้จัดการจึงมิได้มีความผูกพันเป็นส่วนตัวเนื่องแต่สัญญาดังกล่าวแต่อย่างใด การเข้าดำเนินการก่อสร้างในที่พิพาทจึงเป็นการอาศัยสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๒ ดำเนินการก่อสร้างในที่พิพาทจึงเป็นการอาศัยสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ ๒ เมื่อคดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิที่จะทำการก่อสร้างในที่พิพาท จำเลยที่ ๑ ก็ไม่มีสิทธิก่อสร้างอาคารในที่พิพาทในนามของตนเอง ต่างหากจากห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2521
หลวงสารนัยประสาสน์ กับพวก โจทก์
นายบรรพต สุวรรณทวีศรี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงสารนัยประสาสน์ กับพวก · จำเลย - นายบรรพต สุวรรณทวีศรี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · ชุบ วีระเวคิน · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายฉลอง จันทรัฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด ณ นคร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา