⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1069-1070/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069-1070/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับมรดกย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ตาย และไม่อาจถือเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์จึงสมบูรณ์แม้ยังไม่ได้จดทะเบียน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมาโดยการรับมรดกต้องรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ โจทก์จึงไม่ใช่บุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 จำเลยจึงยกกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอันได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ แม้จำเลยจะยังมิได้จดทะเบียนการได้มาก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2226 ตำบลบางแก้วอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นของนายดี นายดีนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองไว้กับนางเหลี่ยมเมื่อ 15 มกราคม 2473 ต่อมานายดีถึงแก่กรรม โจทก์ซึ่งเป็นบุตรนายดีจดทะเบียนไถ่จำนองลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เมื่อ 26 มีนาคม 2518 ราวเดือนเศษมานี้โจทก์มีความประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินแปลงนี้เพื่อขาย และให้กับผู้มีชื่อ จำเลยทั้งสองไม่ยอมให้รังวัดแบ่งแยก อ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่กล่าว และห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า หากโฉนดที่ดินแปลงพิพาทเป็นของนายดีนายดีได้สละทิ้งไปเมื่อ 40 ปีเศษมาแล้ว ที่ดินกลับเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเมื่อราว 20 ปีเศษมานี้ นายหลิมจำเลยกับนายหลายได้เข้าจับจองที่ป่า ทำเป็นที่มีประโยชน์ของนายหลิมจำเลยเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ของนายหลายประมาณ 3 ไร่ เมื่อราว 10 ปีเศษมานี้นายหลายยกที่ส่วนของตนให้นายเอิ๊ดจำเลย จำเลยทั้งสองครอบครองที่พิพาทโดยความสงบเปิดเผยเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทจึงเป็นของจำเลยทั้งสองโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้โจทก์จะไถ่ถอนจำนอง โอนทะเบียนรับมรดกลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โจทก์ก็ทราบดีว่าจำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทมาจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์รับมรดกที่พิพาทจากบิดา ต้องรับโอนทั้งสิทธิหน้าที่ของเจ้ามรดก โจทก์จึงไม่ใช่บุคคลภายนอก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 จำเลยยกกรรมสิทธิ์ที่ได้มาขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทแต่ละแปลงเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตนครอบครอง ปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของจำเลยซึ่งยังมิได้จดทะเบียนการได้มาจะยกเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ไถ่จำนองและได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์แล้วได้หรือไม่นั้น เห็นว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2226 โดยการรับมรดกโจทก์จึงต้องรับไปทั้งสิทธิหน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ จึงไม่ใช่บุคคลภายนอกผู้ได้กรรมสิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 จำเลยทั้งสองจึงยกกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอันได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069 - 1070/2522 นายหวน ประทีป โจทก์ นายหลิบ นาคงาม กับพวกรวม 2 สำนวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหวน ประทีป · จำเลย - นายหลิบ นาคงาม กับพวกรวม 2 สำนวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2389/2540ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 621/2519ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1415/2540ฎีกา 107/2493ฎีกา 3760/2533ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา