⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1301/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดตามกฎหมาย ถือเป็นการประกาศให้บุคคลทั่วไปทราบถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายวัตถุประสงค์ของบริษัทมาในฟ้องอีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องแล้วว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนเลขที่ 1430 ถึงแม้ว่าจะมิได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ แต่การจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องนำหนังสือบริคณห์สนธิไปจดทะเบียนและนายทะเบียนจะต้องแต่งย่อรายการไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นอันแก่บุคคลทั้งปวง จึงต้องถือว่าจำเลยทราบวัตถุประสงค์ของโจทก์ในหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว โจทก์ไม่จำต้องบรรยายวัตถุประสงค์มาในฟ้องอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1021 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1022 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1099

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์มิใช่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโจทก์ได้ที่ดินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยได้ซื้อที่ดินจากนายสุทิน ชำระเงินให้นายสุทินแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งปรับปรุงที่ดินสิ้นเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทำนิติกรรมอำพราง รับจำนองที่ดินพิพาทและซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาจำนองและการซื้อขายทอดตลาดเป็นโมฆะ ให้โจทก์คืนเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาทแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต สัญญาจำนองทำกันโดยสุจริต สัญญาจะซื้อขายที่จำเลยมีกับนายสุทินไม่สมบูรณ์ จำเลยมิได้ปรับปรุงที่ดิน ไม่มีสิทธิฟ้อง ฟ้องแย้งเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท และส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์จัดการให้ที่ดินกลับสู่สภาพเดิมโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาท ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง แล้ววินิจฉัยประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมว่า ปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้นโจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนเลขที่ ๑๔๓๐ ถึงแม้ว่าจะมิได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ แต่การจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องนำหนังสือบริคณห์สนธิไปจดทะเบียนและนายทะเบียนจะต้องแต่งย่อรายการไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวง จึงต้องถือว่าจำเลยทราบวัตถุประสงค์ของโจทก์ในหนังสือบริคณห์สนธิแล้วโจทก์ไม่จำต้องบรรยายวัตถุประสงค์มาในฟ้องอีก ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม แล้ววินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง และเรื่องค่าเสียหาย หากจำเลยมีสิทธิเรียกร้องอย่างไรก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอากับนายสุทิน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2522 บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด โจทก์ นายสี่กวง หรือ ซูกวง แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายสี่กวง หรือ ซูกวง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน · ศาลอุทธรณ์ - นายชูเชิด รักตะบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 94/2547ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา