⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1507/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1507/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว ทำให้บุคคลนั้นเสียสัญชาติไทยตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แต่การเสียสัญชาติจะมีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าวแต่โจทก์ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งนายทะเบียนออกให้ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าวพ.ศ.2479 มาตั้งแต่ พ.ศ.2489 และต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวติดต่อกันตลอดมา โจทก์จึงต้องเสียสัญชาติไทยตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติให้การเสียสัญชาติไทยมีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลเฉพาะตัวเท่านั้นเป็นบทบัญญัติในเรื่องผลของการเสียสัญชาติไทยว่ามีผลเมื่อใดเป็นคนละเรื่องกับการเสียสัญชาติไทยอันจะต้องพิจารณาตามมาตรา 21 เมื่อโจทก์ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว โจทก์จึงต้องเสียสัญชาติไทยไปตามมาตรา 21 แต่การเสียสัญชาติไทยของโจทก์จะมีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อโจทก์บรรลุนิติภาวะไปก่อนพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ใช้บังคับมาตรา 24ย่อมใช้บังคับไม่ได้ในกรณีของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.5 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.21 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีบิดาเป็นคนเชื้อชาติจีน สัญชาติจีน มารดาเป็นคนเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย เกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงเป็นบุคคลสัญชาติไทยเมื่อโจทก์อายุ 16 ปี บิดามารดาโจทก์ประสงค์ให้โจทก์ถือสัญชาติจีนเพื่อเดินทางไปศึกษาภาษาจีนในประเทศจีนได้แจ้งต่อนายทะเบียนต่างด้าวว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติจีน เจ้าพนักงานจึงได้จดทะเบียนให้โจทก์เป็นบุคคลต่างด้าวและออกหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้โจทก์ ซึ่งไม่ตรงกับเจตนาของโจทก์ จำเลยได้บังคับให้โจทก์ไปต่ออายุทะเบียนต่างด้าวและเสียภาษีอากรอย่างคนต่างด้าวทุก ๆ ปี และปฏิเสธไม่ยอมทำบัตรประจำตัวประชาชนให้โจทก์ โจทก์ต้องสูญเสียสิทธิในฐานะเป็นคนไทย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ต่ออายุทะเบียนต่างด้าวและเสียภาษีอากรอย่างคนต่างด้าวตลอดมา โจทก์เสียสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 21 แล้ว และต่อสู้ในข้ออื่นอีก ก่อนสืบพยานโจทก์แถลงรับว่า เมื่อ พ.ศ. 2489 โจทก์อายุ 16 ปีบิดามารดาโจทก์ได้ทำเรื่องโอนสัญชาติโจทก์เป็นคนจีน โจทก์ได้ต่ออายุทะเบียนต่างด้าวและเสียภาษีอากรอย่างคนต่างด้าวตลอดมาทุกปี โจทก์เพิ่งมาขอคืนสัญชาติไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2520 ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์เสียสัญชาติไทย จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะฟังว่าโจทก์มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว แต่โจทก์ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งนายทะเบียนได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. 2479 มาตั้งแต่ พ.ศ. 2489 และต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวติดต่อกันตลอดมา โจทก์จึงต้องเสียสัญชาติไทยตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติดังกล่าวบัญญัติให้การเสียสัญชาติไทย มีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลเฉพาะตัวเท่านั้น มาตรา 5 นี้จึงเป็นบทบัญญัติในเรื่องผลของการเสียสัญชาติไทยว่ามีผลเมื่อใดซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเสียสัญชาติไทยอันจะต้องพิจารณาตามมาตรา 21เมื่อโจทก์ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว โจทก์จึงต้องเสียสัญชาติไทยไปตามมาตรา 21 ดังกล่าว แต่การเสียสัญชาติไทยของโจทก์จะมีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้จะดำเนินการต่อไป หาใช่ว่าหากยังไม่ประกาศการเสียสัญชาติไทยของโจทก์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โจทก์จะไม่เสียสัญชาติไทยดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ข้อที่โจทก์บรรลุนิติภาวะเมื่อ พ.ศ. 2494 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่พระราชบัญญัติสัญชาติฉบับนี้ใช้บังคับ โจทก์จะยื่นคำขอกลับคืนสัญชาติไทยภายในสองปี นับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะตามมาตรา 24 ได้อย่างไรนั้น บทบัญญัติตามมาตรา 24 ใช้บังคับไม่ได้ในกรณีของโจทก์ แต่ก่อนที่พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 จะประกาศใช้โจทก์อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2499 นับแต่นั้นมาจนกระทั่งพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. 2508 ใช้บังคับ โจทก์คงต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวติดต่อกันตลอดมา แสดงว่าโจทก์สมัครใจถือสัญชาติตามใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว โจทก์จึงต้องเสียสัญชาติไทย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1507/2522 นายไมตรี จิตต์ประสงค์ โจทก์ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองเพชรบุรี โดย จำเลย พันตำรวจตรีเอนก ลัมพลัง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไมตรี จิตต์ประสงค์ · จำเลย - สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองเพชรบุรี โดย · จำเลย - พันตำรวจตรีเอนก ลัมพลัง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 120/2517ฎีกา 278/2518ฎีกา 1120/2519ฎีกา 468/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา