⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 120/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว ทำให้บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว เสียสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 21

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เกิดในประเทศไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว เดินทางไปประเทศจีนเมื่อ พ.ศ. 2490 และกลับมาประเทศไทยเมื่อพ.ศ. 2491 แล้วไปขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวในปีนั้นและต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตลอดมา แม้พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 21 จะบัญญัติว่า"ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าวถ้าได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่า ด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้เสียสัญชาติไทย" โดยไม่มีข้อความว่า "ไม่ว่าจะได้รับใบสำคัญประจำตัวก่อนหรือ หลังวันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ" ดังบัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. 2495 มาตรา 16 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496มาตรา 5 ที่ยกเลิกไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ถือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวตลอดมาจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508มาตรา 21 ซึ่งมีผลให้โจทก์เสียสัญชาติไทย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.5 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.21

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสัญชาติไทย เกิดที่จังหวัดพัทลุง บิดาเป็นคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๐ โจทก์ไปประเทศจีน กลับมาประเทศไทยพ.ศ. ๒๔๙๑ ไม่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นคนไทย ตรวจคนเข้าเมืองให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมเข้าเมืองเป็นคนต่างด้าวและขึ้นทะเบียนเป็นคนต่างด้าว ต่อมาโจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไทยไปยังจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองว่าโจทก์เสียสัญชาติไทยไปแล้ว ไม่ยอมให้โจทก์มีสัญชาติไทย ขอศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนคืนสัญชาติไทยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์เสียสัญชาติไทยไปแล้ว ไม่มีสิทธิขอสัญชาติไทย โจทก์ยังถือและต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวทุกปี แสดงว่าเจตนาสละสัญชาติไทย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสัญชาติไทย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เกิดในประเทศไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๐ โจทก์ไปประเทศจีน กลับมาประเทศไทยเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๑ แล้วโจทก์ไปขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวในปีเดียวกันทั้งได้ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวติดต่อตลอดมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๒๑บัญญัติว่า "ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว ถ้าได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้เสียสัญชาติไทย" แม้ไม่มีข้อความว่า"ไม่ว่าจะได้รับใบสำคัญประจำตัวก่อนหรือหลังวันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ" ดังบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๔๙๕มาตรา ๑๖ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕ ที่ยกเลิกไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ถือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๙๑ ตลอดมา จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๒๑ ย่อมมีผลให้โจทก์เสียสัญชาติไทย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2517 นายอู่กิม แซ่อ้วง หรือยู่กิ้ม แซ่อุ้ย โจทก์ กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการ ที่ 1 กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอู่กิม แซ่อ้วง หรือยู่กิ้ม แซ่อุ้ย · 1 - กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการ ที่ · จำเลย - กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศวิต สมหวัง · พิชัย รชตะนันทน์ · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวดัสงขลา - นายสมโพธิ ขุทรานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประถม วิเชียรเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 278/2518ฎีกา 1741/2498ฎีกา 1202/2511ฎีกา 723-737/2500ฎีกา 1938-1945/2499ฎีกา 1120/2519ฎีกา 1452/2498ฎีกา 468/2524ฎีกา 558/2506ฎีกา 1460/2497ฎีกา 1212/2497ฎีกา 977/2498ฎีกา 658/2498ฎีกา 1507/2522ฎีกา 1576-1590/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา