คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำว่า "บิดา" ในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 หมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 ลงวันที่ 13ธันวาคม 2515 มีความว่า 'ให้ถอนสัญชาติไทยของบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว ฯลฯ' คำว่า 'บิดา' ดังกล่าวน่าจะหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะเห็นได้ว่า คำว่า 'บิดา'ที่ใช้ในพระราชบัญญัติสัญชาติฯ มาตรา 7,8,14,15,17,21 และ 24 ซึ่งมีความหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ได้ระบุใช้คำว่า 'บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย' ไว้แต่อย่างใด เว้นแต่กรณีใดประสงค์จะเน้นให้แตกต่างจากบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงจะบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งเช่นในมาตรา 18 ที่ระบุว่า มารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นต้น ดังนั้นคำว่าบิดาเป็นคนต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวจึงหมายความถึงว่าบิดาที่เป็นคนต่างด้าวจะต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.7 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.8 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.14 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.15 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.17 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.18 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.21 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.24
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นาง ค. เป็นบุคคลเชื้อชาติไทย สัญชาติไทยมาแต่กำเนิด นาง ค. ได้สมรสกับนาย บ. แต่มิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 6 คน นาง ค. ไปขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านของนาง ค.และบุตรผู้เยาว์ผู้ร้องเพื่อนำไปประกอบหลักฐานในการซื้อขายที่ดินนายทะเบียนราษฎรอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมไม่ยอมให้คัดอ้างว่าบุตรผู้เยาว์เป็นคนต่างด้าวโดยนายทะเบียนราษฎรอำเภอท่าอุเทนขีดฆ่าคำว่า "ไทย" ออก แล้วเขียนคำว่า "ญวน" ลงแทนในช่องสัญชาติผู้ร้องได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอให้มีคำสั่งว่าบุตรผู้เยาว์ทั้ง 6 คนของนาง ค. เป็นบุคคลมีสัญชาติไทยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งมายังผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมให้ดำเนินการ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหาได้สั่งให้ดำเนินการไม่และได้แนะนำให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปได้ การกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ร้องเสียหายทั้งเป็นการลิดรอนสิทธิต่าง ๆ อันผู้ร้องควรได้รับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นาง ค. ได้ทำการสมรสมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บุตรที่เกิดมาทั้ง 6 คนจึงเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนาง ค. ไม่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 บุตรผู้เยาว์ทั้ง 6 คนจึงเป็นบุคคลมีสัญชาติไทยตามกฎหมาย ขอให้ศาลสั่งว่าบุตรของนาง ค. ทั้ง 6 คนมีสัญชาติไทย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมคัดค้านว่า คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุมและยังไม่มีสิทธิร้องต่อศาล บุตรผู้เยาว์ทั้ง 6 คนของนาง ค. เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ใช้บังคับ โดยมีบิดาชื่อนาย บ. ซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว แม้นาย บ. ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนาง ค. บุตรผู้เยาว์ทั้ง 6 คนย่อมเสียสัญชาติไทยไปทันทีโดยผลของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 การกระทำของนายอำเภอท่าอุเทนจึงไม่ทำให้ผู้ร้องเสียหายอย่างใด ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ประสงค์จะให้มีการเพิกถอนสัญชาติไทยเฉพาะบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวซึ่งได้มีการสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้ง 6 คนเป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้ยกคำร้องคัดค้าน
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำว่าบิดาตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 หมายรวมถึงบิดาโดยธรรมชาติหรือโดยสายโลหิตด้วย แม้ผู้ร้องจะมิได้จดทะเบียนกับนาย บ. ซึ่งเป็นคนสัญชาติญวน และได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราวก็ต้องถือว่า นาย บ. เป็นบิดาของบุตรผู้เยาว์ทั้ง 6 คนของผู้ร้อง ตามความหมายของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ด้วย ผู้คัดค้านสั่งถอนสัญชาติไทยของบุตรผู้เยาว์ทั้ง 6 คนเป็นการชอบ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 มีข้อความว่า "ให้ถอนสัญชาติไทยของบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าว หรือมารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ฯลฯ" เห็นว่า คำว่า "บิดา" ดังกล่าวน่าจะหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะเห็นได้ว่า คำว่า "บิดา" ที่ใช้ในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 8, 14, 15, 17, 21 และ 24 ซึ่งมีความหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ได้ระบุใช้คำว่า "บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย" ไว้แต่อย่างใด เว้นแต่กรณีใดประสงค์จะเน้นให้แตกต่างจากบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงจะบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งเช่นในมาตรา 18 ที่ระบุว่ามารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นต้น ดังนั้น คำว่าบิดาเป็นคนต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 จึงหมายความถึงว่าบิดาที่เป็นคนต่างด้าวจะต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มิใช่หมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายด้วย กรณีของผู้ร้องนี้จึงไม่อยู่ในบังคับถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337
พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2524
นางสาวดาว เกษสิมมา กับพวกฯ ผู้ร้อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางสาวดาว เกษสิมมา กับพวกฯ · ผู้คัดค้าน - ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา