คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมัครใจรับใบสำรัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักรและมีบิดาเป็นคนต่างด้าว เป็นการขาดสัญชาติไทยตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่กฎหมายที่ให้มีผิดย้อนหลังเป็นการลงโทษบุคคลในทางอาญาหรือลงโทษบุคคลหนักขึ้นกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทำผิด
บุคคลผู้มีสัญญาชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักร์ แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อสมัครใจรับใบสำรัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดสัญชาติไทยตามพ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.5 ไม่ว่าจะขอรับใบสำคัญก่อนหรือหลังวันใช้พระราชบัญญัตินี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.5 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 ม.16 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 ม.67 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.67
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนายม้วนง่วนคนสัญชาติจีนและนางแอ๋มคนสัญญาชาติไทยเกิดที่ตำบลในเวียงอำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นคนไทยตามกฎหมายทั้งโดยทางสัญญาชาติและโดยทางดินแดน อายุ ๕ ปีโจทก์ไปประเทศจีนกลับมาได้ไปขึ้นทะเบียนเป็นคนต่างด้าวโดยความเข้าใจผิด บัดนี้โจทก์ปรารถนาจะได้สิทธิและหน้าที่เช่นคนไทยทั้งหลาย จึงยื่นคำร้องต่อกระทรวงมหาดไทยกระทรวงหมาดไทยพิจารณาแล้วไม่อนุญาต จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นคนมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาต พ.ศ.๒๔๙๕
จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ได้เกิดในประเทศไทยเกิดที่จังหวัดแต้จิ๋ว ประเทศจีน จึงเป็นคนสัญชาติจีน
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์เกิดที่ตำบลในเวียงอำเภอเมือง จังหวัดน่านจริง แต่เมื่อโจทก์รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วก็ขาดจากสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕ ซึ่งได้เพิ่มมาตรา ๑๖ หวิแห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๔๙๕ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา เป็นปัญหาสองประการคือ ๑. พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ ๒. พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๔๙๖ จะใช้บังคับคดีนี้ได้หรือไม่ ?
ปัญหาข้อแรกศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่กฎหมายที่ให้มีผลย้อนหลักเป็นการลงโทษบุคคลในทางอาญา หรือลงโทษบุคคลหนักขึ้นกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทำผิด ส่วนในปัญหาข้อที่ ๒ นั้นแม้โจทก์จะได้สัญชาติไทยโดยการเกิดก็ดี และโจทก์สมัครใจขอรับใบสำคัญประจำตัวเป็นคนต่างด้าวโจทก์ก็ขาดจากสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๔๙๖ มาตรา ๕ ซึ่งเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๔๙๕ ให้เป็นมาตรา ๑๖ ทวิพระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้ใช้บังคับได้ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ได้รับใบสำคัญประจำตัวก่อนหรือหลังวันใช้พระราชบัญญัตินี้ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2497
นายกิมเซ้ง ภูมิพานิช โจทก์
กระทรวงมหาดไทย โดยพลตรีบัญญัติเทพหัสดินณอยุธยา รัฐมนตรีวาการ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกิมเซ้ง ภูมิพานิช · จำเลย - กระทรวงมหาดไทย โดยพลตรีบัญญัติเทพหัสดินณอยุธยา รัฐมนตรีวาการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายสุนทร ศิลปไชย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา