คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 977/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักรไทย แต่บิดาเป็นคนต่างด้าว เมื่อได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ย่อมสิ้นสุดสัญชาติไทยตามกฎหมาย ไม่ว่าการได้รับใบสำคัญฯ จะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้
ย่อคำพิพากษา
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อจำเลยรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้ว ย่อมขาดจากสัญชาติไทย ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 ม.5 ไม่ ว่าจะได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวก่อนหรือหลังวัน พ.ร.บ.นั้นใช้บังคับ
การที่จำเลยให้การว่าได้เอาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวไปคืนให้แก่อำเภอ 7-8 ปีแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานอะไร ดังนี้ ก็ย่อมไม่มีเหตุจำเป็นที่ศาลฎีกาจะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่
พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) 2496 ม.5 ใช้บังคับเมื่อ 4 ก.พ. 96 จำเลยมีหน้าที่ต้องไปขอใบสำคัญประจำตัวภายใน 30 วันนับแต่วันรู้หรือควรจะรู้ว่าตนได้สูญเสียสัญชาติไทยโจทก์มาฟ้องเมื่อ 15 ก.พ. 97 ดังนี้ยังหาขาดอายุความไม่ เพราะฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ จำเลยไม่ไปขอใบสำคัญประจำตัวภายในกำหนด ที่ ก.ม. บังคับไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเกิดในราชอาณาจักรไทยบิดาเป็นคนต่างด้าว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ จำเลยรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวเป็นบุคคลสัญชาติจีนและใช้มาจน พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงทำหาย แต่จำเลยย่อมเสียไปซึ่งสัญชาติไทย ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ ๒) ๒๔๙๖ ม.๕ ซึ่งประกาศใช้บังคับแต่ ๔ ก.พ.๙๖ ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องไปขอใบสำคัญประจำตัวจากนายทะเบียนท้องที่ภายใน ๓๐ วัน แต่จำเลยละเลยไม่ไปขอภายในกำหนดที่ ก.ม. บังคับขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๓ ม.๕,๘,๒๑ พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ ๒) ๒๔๙๕ ม.๕ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) ๒๔๙๖ ม.๕
จำเลยให้การรับสารภาพ แต่จำเลยได้เอาใบสำคัญไปคืนให้อำเภอ ๗-๘ ปีมาแล้ว ไม่มีหลักฐาน จำเลยเป็นคนไทยจึงไม่มีความผิด
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องปรับ ๕๐ บาท ลดรับสารภาพตาม ม. ๕๙ ก.ม.อาญา กึ่งหนึ่งปรับ ๒๕ บาท
จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีขาดอายุความ หรือให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้พิจารณาพิพากษาใหม่
โจทก์ฎีกาว่าตามฟ้องและคำให้การรับฟังลงโทษได้
ศาลฎีกาปรึกษาว่าเมื่อคดีฟังได้เป็นยุติตามฟ้องและคำรับของจำเลยว่าจำเลยเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาเป็นคนต่างด้าวและจำเลยได้รับใบสำคัญประจำตัวตาม ก.ม. ว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้วดังนี้ จำเลยย่อมขาดจากสัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่๒) ม.๕ ซึ่งกล่าวว่าไม่ว่าจะได้รับใบสำคัญประจำตัวก่อนหรือหลังวัน พ.ร.บ.นั้นใช้บังคับ ข้อที่จำเลยให้การว่าได้เอาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวไปคืนให้แก่อำเภอแล้วจำเลยก็ว่าไม่มีหลักฐานอะไร จึงไม่มีเหตุจะย้อนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษามาชอบแล้ว อนึ่งคดีโจทก์หาขาดอายุความไม่เพราะโจทก์ฟ้องภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่จำเลยไม่ไปขอใบสำคัญประจำตัวภายในกำหนดที่ ก.ม.บังคับ จึงพิพากษากลับ บังคับให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 977/2498
อัยการประจำศาลจังหวัดมีนทบุรี โจทก์
นางกิมริ้วหรือริ้ว แซ่เหงี่ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดมีนทบุรี · จำเลย - นางกิมริ้วหรือริ้ว แซ่เหงี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนทบุรี - นายสุริยน สุวรรณทัต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา