⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7579/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7579/2541

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15, 66 · ป.อาญา ม.78

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้น้อยกว่า 20 กรัม ก็ยังคงมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้. การให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ถือเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง เป็นเพียงบทบัญญัติสันนิษฐานเด็ดขาดว่า หากมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ 20 กรัม ขึ้นไป ให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเท่านั้น มิได้หมายความว่า หากยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้น้อยกว่านั้นแล้ว จะลงโทษจำเลยฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้ เมื่อจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์น้อยกว่า 20 กรัม ก็ตาม ย่อมลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวได้ แม้ข้อนำสืบของจำเลยจะไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษก็ตาม แต่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนและศาลล่างทั้งสองก็ยกเอาคำให้การดังกล่าวของจำเลยขึ้นมาฟังประกอบการวินิจฉัยด้วย ดังนี้ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นการให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว สมควรลดโทษให้แก่จำเลย ถึงแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาปัญหาข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและลดโทษให้แก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก, 66 วรรคแรก จำคุก 9 ปีริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการวิเคราะห์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและนายประศาด เผ่าวิจารณ์ได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 180 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก - 8726 กรุงเทพมหานคร และทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นของกลาง ตามบัญชีของกลางคดีอาญาเอกสารหมาย จ.10 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ข้อกล่าวอ้างลอย ๆ ของจำเลยไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ ส่วนที่จำเลยฎีกา ตามรายงานการตรวจวิเคราะห์เอกสารหมาย จ.8เมทแอมเฟตามีนของกลาง 180 เม็ด น้ำหนักรวม 14.260 กรัม มิได้คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ ไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง จึงไม่อาจลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง เป็นเพียงบทบัญญัติสันนิษฐานเด็ดขาดว่า หากมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ 20 กรัม ขึ้นไปให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเท่านั้น มิได้หมายความว่า หากยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้น้อยกว่านั้นแล้ว จะลงโทษจำเลยฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้ เมื่อเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และตามผลการตรวจวิเคราะห์ในรายงานการตรวจวิเคราะห์เอกสารหมาย จ.8 ตรวจพบเมทแอมเฟตามีนในของกลาง 180 เม็ด และตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวได้คดีนี้แม้ข้อนำสืบของจำเลยจะไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษก็ตาม แต่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนและศาลล่างทั้งสองก็ยกเอาคำให้การดังกล่าวของจำเลยขึ้นมารับฟังประกอบการวินิจฉัยด้วยดังนี้ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว สมควรลดโทษให้แก่จำเลย ถึงแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาปัญหาข้อนี้ขึ้นมาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและลดโทษให้แก่จำเลยได้" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7579/2541 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายบุญเลิศหรือเขียดหรือหนู จีนทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายบุญเลิศหรือเขียดหรือหนู จีนทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย เตโชพิทยากูล · กมล เพียรพิทักษ์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 335/2563ฎีกา 6830/2544ฎีกา 6936/2562ฎีกา 7019/2549ฎีกา 4/2508ฎีกา 7998/2561ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 4022/2558ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 1854/2563ฎีกา 2962/2523ฎีกา 512/2559ฎีกา 5048/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 7149/2558ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ