⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6586/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6586/2557

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุ ถือเป็นความผิดที่แยกต่างหากจากความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ในกรณีทั่วไป และมีบทลงโทษที่แตกต่างกัน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ ถุงละ 20 เม็ด 8 ถุง 10 เม็ด 5 ถุง 8 เม็ด 1 ถุง 4 เม็ด 1 ถุง 1 เม็ด 1 ถุง และมีอีก 10 เม็ด รวม 223 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 4.905 กรัม จำเลยให้การรับสารภาพ จึงต้องฟังว่า จำเลยแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนใส่ในถุงตามฟ้อง จำเลยจะฎีกาโต้เถียงว่า ไม่ได้แบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนหาได้ไม่ เพราะขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยและเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาดังกล่าวในศาลชั้นต้น เป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยบัญญัติเพิ่มเติมให้มีวรรคสามและวรรคสี่ ซึ่งวุฒิสภาให้เหตุผลในการแก้ไขไว้ชัดเจนอันแสดงให้เห็นว่าเป็นการแก้ไขโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้มีบทความผิดและบทลงโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุไว้เป็นกรณีเฉพาะ แยกต่างหากจากบทความผิดและบทลงโทษ ฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ในกรณีทั่วไปตามมาตรา 65 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ผลิตโดยการ เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูปสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์) ซึ่งมีสภาพแห่งความผิดเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมมากกว่าการกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษ โดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุ ยิ่งกว่านั้นยังได้บัญญัติแก้ไขใหม่ไว้เป็น 2 กรณี กล่าวคือ มาตรา 65 วรรคสาม มุ่งใช้บังคับสำหรับการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ที่มีปริมาณไม่ถึงบทสันนิษฐานของมาตรา 15 วรรคสาม ส่วนวรรคสี่มุ่งใช้บังคับสำหรับการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุยาเสพติดที่มีปริมาณเกินบทสันนิษฐานตามมาตรา 15 วรรคสาม ส่วนการที่มาตรา 65 วรรคสี่ บัญญัติว่า "ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสาม เป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย..." นั้น หมายถึง การกระทำความผิดฐานผลิตโดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุเท่านั้น ไม่ได้หมายความรวมไปถึงว่า จะต้องมีปริมาณไม่ถึงด้วยบทสันนิษฐานตามมาตรา 15 วรรคสาม ด้วยการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายและต้องได้รับโทษตามมาตรา 65 วรรคสี่ ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยมีความผิดตามมาตรา 65 วรรคใด เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ฎีกาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2557)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.19 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน กระเป๋า และถุงพลาสติกของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 66 วรรคหนึ่ง วรรคสอง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบ 52 (2) ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่าย จำคุก 25 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 27 ปี 6 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีน กระเป๋า 2 ใบ และถุงพลาสติก 144 ถุง ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้แบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนใส่ในถุงพลาสติกใสตามฟ้องนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ รวม 16 ถุง แยกบรรจุเป็นถุงละ 20 เม็ด 10 เม็ด 8 เม็ด 4 เม็ด และ 1 เม็ด รวมเป็นเมทแอมเฟตามีน 223 เม็ด จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนใส่ในถุงพลาสติกใสตามฟ้อง จำเลยจะฎีกาโต้เถียงว่า จำเลยไม่ได้แบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนใส่ในถุงพลาสติกใสตามฟ้องหาได้ไม่ เพราะขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยและมิใช่ข้อเท็จจริงที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้แบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลาง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการผลิตเมทแอมเฟตามีน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุตามฟ้องเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสอง หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ที่ให้บทนิยามคำว่า "ผลิต" ให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุด้วย ซึ่งการกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุนั้น พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยบัญญัติเพิ่มเติมให้มีวรรคสามและวรรคสี่ ทั้งนี้ เหตุผลในการแก้ไขบทกฎหมายดังกล่าวของวุฒิสภาแสดงไว้ชัดเจนว่า เป็นการเพิ่มเติมโทษความผิดฐานผลิตโดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 กรณีไม่ถึงบทสันนิษฐานและเกินบทสันนิษฐานของกฎหมาย เพื่อความเหมาะสมกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอันแสดงให้เห็นว่าเป็นการแก้ไขโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้มีบทความผิดและบทลงโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุไว้เป็นกรณีเฉพาะแยกต่างหากจากบทความผิดและบทลงโทษในความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ในกรณีทั่วไปตามมาตรา 65 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ซึ่งมีสภาพแห่งความผิดเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมมากกว่าการกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุ ยิ่งกว่านั้นการกำหนดเพิ่มเติมให้มีบทความผิดและบทลงโทษสำหรับความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุนี้ มีบัญญัติใช้เป็นสองกรณี คือ กรณีไม่ถึงบทสันนิษฐานและกรณีเกินบทสันนิษฐานของกฎหมาย อันหมายถึงกรณีกระทำความผิดโดยมีปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือจำนวนหน่วยการใช้ หรือน้ำหนักสุทธิไม่ถึงบทสันนิษฐาน และกรณีเกินบทสันนิษฐานของกฎหมายตามความในมาตรา 15 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 นั่นเอง ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับข้อความที่บัญญัติในมาตรา 65 วรรคสามและวรรคสี่แล้ว บทบัญญัติมาตรา 65 วรรคสาม มุ่งใช้บังคับสำหรับการกระทำความผิดที่ปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไม่ถึงบทสันนิษฐานของกฎหมายมาตรา 15 วรรคสาม ส่วนบทบัญญัติมาตรา 65 วรรคสี่ มุ่งใช้บังคับสำหรับการกระทำความผิดที่ปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีเกินบทสันนิษฐานของกฎหมายมาตรา 15 วรรคสาม ส่วนการที่มาตรา 65 วรรคสี่ บัญญัติว่า "ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสาม เป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย..." นั้น หมายถึง การกระทำความผิดฐานผลิตโดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุเท่านั้น ไม่ได้หมายความถึงการผลิตโดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุนั้นจะต้องมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือมีจำนวนหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา 15 วรรคสาม ด้วย คดีนี้ จำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ รวม 16 ถุง แยกบรรจุเป็นถุงละ 20 เม็ด 10 เม็ด 8 เม็ด 4 เม็ด และ 1 เม็ด รวมได้เมทแอมเฟตามีน 223 เม็ด มีน้ำหนัก 19.915 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 4.905 กรัม ดังนี้ เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยผลิตโดยการแบ่งบรรจุดังกล่าวจึงมีปริมาณต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามมาตรา 15 วรรคสาม (2) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ที่ให้ถือว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดและต้องรับโทษตามมาตรา 65 วรรคสี่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายแต่ปรับบทลงโทษตามมาตรา 65 วรรคสองมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แม้จำเลยมิได้ฎีกา แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และสมควรกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสี่ ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายเพียงบทเดียว จำคุก 14 ปี และปรับ 800,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี และปรับ 400,000 บาท รวมกับโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เป็นจำคุก 9 ปี 6 เดือน และปรับ 400,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6586/2557 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายรณชัยหรือแบงค์ พันธ์เริ่มสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายรณชัยหรือแบงค์ พันธ์เริ่มสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร ทรงฤกษ์ · วีระพล ตั้งสุวรรณ · วันทนี กีรติพิบูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายพริษฐ์ ปิยะนราธร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ ศุภสกุลอาภาพิบูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.850/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 770/2535ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา