คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและมีบิดาเป็นคนต่างด้าว หากเคยขาดสัญชาติไทยตามกฎหมายเดิม แต่ต่อมามีกฎหมายใหม่ที่ให้สัญชาติไทยโดยการเกิดแก่บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย บุคคลนั้นย่อมได้สัญชาติไทยกลับคืนมาตามกฎหมายฉบับหลัง.
ย่อคำพิพากษา
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักร แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวซึ่งขาดจากสัญชาติไทย.หากได้รับใบสำคัญคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา 16 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 มาตรา 5 แต่เมื่อภายหลังมีพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 มาตรา 3 ซึ่งบัญญัติให้บุคคลซึ่งเกิดในราชอาณาจักรไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ย่อมมีผลให้บุคคลผู้ขาดจากสัญชาติไทยตามมาตรา 16 ทวิ ดังกล่าว ได้สัญชาติไทยกลับคืนมาตามเดิมโดยอาศัยพระราชบัญญัติฉบับหลังนี้ (เทียบฎีกาที่ 558/2506)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.5 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าว มีใบสำคัญประจำตัว บังอาจละเลยไม่ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๐๘ต่อนายทะเบียนท้องที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๕, ๗, ๑๐, ๑๓, ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๔
จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย แต่บิดาไปแจ้งเป็นคนต่างด้าว
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเกิดในประเทศไทย จึงมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๓ แต่ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๘๖ บิดาจำเลยยื่นคำขอรับใบสำคัญต่างด้าวให้จำเลยจึงถือว่าจำเลยขาดจากสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๔๙๕มาตรา ๑๖ ทวิ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๔ซึ่งบัญญัติให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยแต่บิดาเป็นคนต่างด้าว แล้วไปขอรับใบสำคัญให้ขาดจากสัญชาติไทย แม้จะมีพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๗ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๖ ทวิ ข้างต้นก็ไม่มีผลให้จำเลยกลับเป็นผู้มีสัญชาติไทยได้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๓มาตรา ๑๐, ๑๓, ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๔ให้ปรับ ๕๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ด้วยผลของพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๗ จำเลยย่อมกลับเป็นผู้มีสัญชาติไทยตามเดิม เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๘/๒๕๐๖ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อมีพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๔๙๕มาตรา ๑๖ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕ บัญญัติให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่บิดาเป็นคนต่างด้าว หากได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ให้ขาดจากสัญชาติไทย ย่อมมีผลให้บุคคลดังกล่าวนี้ขาดจากสัญชาติไทย ระหว่างระยะเวลาที่กฎหมายดังกล่าวนี้ใช้บังคับอยู่แต่ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙มาตรา ๓ บัญญัติให้บุคคลซึ่งเกิดในราชอาณาจักรไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ย่อมมีผลให้บุคคลซึ่งเกิดในประเทศไทยแต่ต้องเสียสัญชาติไปดังกล่าว กลับได้สัญชาติไทยกลับคืนใหม่อีก เทียบตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๘/๒๕๐๖
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2511
พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์
นายวิบูลย์ หรือบุ่น เฮงวินิต หรือยี่ตง แซ่เฮง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายวิบูลย์ หรือบุ่น เฮงวินิต หรือยี่ตง แซ่เฮง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วินัย ทองลงยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายอัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา