⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1908/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่หนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีเฮโรอีนจำนวน 740 กรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามนำเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษบทที่หนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงกล่าวคือ มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายหนัก 740 กรัม และจำเลยลักลอบนำเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักร แต่กระทำไม่สำเร็จเนื่องจากเจ้าพนักงานประจำด่านศุลกากรตรวจพบจับได้เสียก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ วรรคสาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 และพยายามนำยาเสพติดให้โทษเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2465 มาตรา 20 วรรคสาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 5 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและเพื่อจำหน่ายอันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 16 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 8 ปี ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานประจำด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพตรวจกระเป๋าเสื้อผ้าจำเลยขณะที่จำเลยจะโดยสารเครื่องบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปประเทศฮ่องกง พบเฮโรอีนจำนวน 740 กรัม บรรจุถุงพลาสติกรวมอยู่กับเสื้อผ้า เจ้าพนักงานจับจำเลยมาดำเนินคดีและยึดเฮโรอีนเป็นของกลาง คดีมีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายกรรมหนึ่งและพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรอีกกรรมหนึ่งดังข้อฎีกาของโจทก์หรือไม่ วินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะมีเฮโรอีน ของกลางไว้เพื่อจำหน่าย แต่จำเลยกระทำการอันเดียวมีเจตนาประสงค์ต่อผลประการเดียวที่จะนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ถือเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 บทหนึ่ง คงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 วรรคสาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 5 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 อีกบทหนึ่ง ศาลล่างทั้งสองใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่จำเลยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2522 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายยังยังชุง หรือย่งเจียว แซ่เอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายยังยังชุง หรือย่งเจียว แซ่เอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 244/2535ฎีกา 1930/2531ฎีกา 148/2528ฎีกา 112/2554ฎีกา 980/2502ฎีกา 1249/2535ฎีกา 4009-4010/2549ฎีกา 2831/2528ฎีกา 3055/2522ฎีกา 41/2510ฎีกา 117/2515ฎีกา 1788/2531ฎีกา 8593/2544ฎีกา 798/2502ฎีกา 2254/2521ฎีกา 2665/2529ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2417/2540ฎีกา 6255/2541ฎีกา 498/2553ฎีกา 766/2517ฎีกา 4123/2543ฎีกา 4919/2543ฎีกา 769/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา