⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 200/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับสัญญาเช่าที่ยังไม่เลิกกันและเป็นเรื่องที่จะเกิดตามมาภายหลังเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ไม่สามารถนำมาพิจารณาพร้อมกับคำฟ้องเดิมได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวที่เช่า จำเลยให้การว่าสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดการบอกกล่าวไม่ชอบ ขับไล่จำเลยไม่ได้ พร้อมกับฟ้องแย้งว่า โจทก์รับเงินประกันการเสียหายไว้จากจำเลยจำนวนหนึ่ง เมื่อเลิกสัญญาเช่ากันโจทก์ต้องคืนเงินประกันดังกล่าวให้จำเลย ดังนี้ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแต่เป็นเรื่องที่จะเกิดตามมาภายหลัง เมื่อจำเลยถูกขับไล่แล้วโจทก์จึงต้องคืนเงินประกันความเสียหาย กล่าวคือถ้าจำเลยชนะคดีตามคำให้การ ฟ้องแย้งของจำเลยก็ตกไปเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะคืนเงินประกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเรียกร้องกันอีกต่างหากเมื่อปรากฏผลในคดีนี้แล้ว จึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวที่เช่าซึ่งเป็นของโจทก์พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า สัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนด การบอกกล่าวไม่ชอบ ขับไล่จำเลยไม่ได้ โจทก์รับเงินประกันการเสียหายไว้จากจำเลย 3,500 บาทเมื่อโจทก์จำเลยเลิกสัญญาเช่ากันโจทก์จะต้องคืนเงินนี้ให้จำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การจำเลย ไม่รับฟ้องแย้ง อ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อฟ้องแย้ง นอกนั้นสั่งไม่รับเพราะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การขอคืนเงินประกันเป็นอีกกรณีหนึ่งที่จะพึงว่ากล่าวกันภายหลัง ฟ้องแย้งของจำเลยไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสามบัญญัติว่า "จำเลยจะฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้แต่ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่องอื่น ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้ว ให้ศาลสั่งให้จำเลยฟ้องเป็นคดีต่างหาก" กฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าวนี้เห็นได้ว่าต้องการให้ศาลพิจารณาคดีเป็นเรื่อง ๆ ไปไม่ปะปนกัน แม้โจทก์ฟ้องที่มีข้อหาหลายข้อซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกันก็ให้ศาลสั่งแยกคดีเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 29 คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนด การบอกกล่าวไม่ชอบขับไล่จำเลยไม่ได้ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องที่จะเกิดตามมาภายหลัง เมื่อจำเลยถูกขับไล่แล้วโจทก์จึงต้องคืนเงินประกันความเสียหาย กล่าวคือ ถ้าจำเลยชนะคดีตามคำให้การ ฟ้องแย้งของจำเลยก็ตกไป เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะคืนเงินประกันความเสียหาย ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเรียกร้องกันอีกต่างหากเมื่อปรากฏผลในคดีนี้แล้ว จึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2522 นายตุ่น วังซ้าย โจทก์ นายย่องโต แซ่โต๊ะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตุ่น วังซ้าย · จำเลย - นายย่องโต แซ่โต๊ะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา