⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2239/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยมีเจตนาที่จะฉ้อโกงผู้เสียหาย ถือเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ขับรถร่วมกันนำรถยนต์แท็กซี่คันเกิดเหตุมาขายให้ผู้เสียหาย โดยจำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็น นาง ส.เจ้าของรถ และจำเลยที่ 1 เป็นผู้มอบเอกสารในการโอนรถยนต์ให้แก่ผู้เสียหาย เอกสารเหล่านั้นเป็นเอกสารปลอม จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารปลอมและฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น แต่การที่จำเลยร่วมกันนำเอกสารปลอมมาใช้ก็โดยมีเจตนาที่จะฉ้อโกงผู้เสียหายนั่นเอง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.342

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเอกสารใช้เอกสารปลอม และฉ้อโกงผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕,๒๖๘,๓๔๑,๓๔๒ และคนหรือใช้เงินแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘,๓๔๑,๓๔๒,๘๓,๙๑ ฐานใช้เอกสารปลอมจำคุกคนละ ๑ ปี ฐานฉ้อโกงจำคุกคนละ ๑ ปี รวมจำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๕ เป็นเอกสารปลอมและวินิจฉัยว่าการที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้นำจำเลยที่ ๒ กับพวกเอารถมาขายแก่ผู้เสียหาย และจำเลยที่ ๒ แสดงตัวเป็นนางสุพินเจ้าของรถอันแท้จริง เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว จำเลยที่ ๑ เป็นผู้มอบเอกสารหลักฐานหมาย จ.๑ ถึง จ.๕ ให้แก่ผู้เสียหาย และเป็นผู้นัดผู้เสียหายไปโอนรถ เมื่อผู้เสียหายไปคอยที่กองทะเบียนกรมตำรวจ ตามกำหนดนัดเพื่อรับโอนรถ จำเลยทั้งสองกับพวกก็ไม่ไปตามนัด การกระทำและพฤติการณ์ของจำเลยที่ ๑ ที่ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มาตั้งแต่เริ่มต้นนำรถมาขายตลอดจนได้มอบเอกสารหลักฐานการโอนรถให้ผู้เสียหายดังกล่าว ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมสมคบกับจำเลยที่ ๒ กระทำความผิดโดยรู้อยู่แล้วว่าเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๕ เป็นเอกสารปลอม แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นเป็นความผิดสองกระทงและเรียงกระทงลงโทษจำเลยโดยศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขในข้อนี้นั้น เห็นว่ายังคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันนำเอกสารปลอมหมายเลข จ.๑ ถึง จ.๕ มาใช้ก็โดยมีเจตนาที่จะฉ้อโกงผู้เสียหายนั่นเอง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ทั้งเหตุดังกล่าวเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี จึงให้มีผลถึงจำเลยที่ ๒ ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘,๓๔๑,๓๔๒ ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วย มาตรา ๒๖๕ จำคุกจำเลยคนละ ๒ ปี ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้เงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2522 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปรการ โจทก์ นางเครือวัลย์ ถนอมทรัพย์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปรการ · ล. - นางเครือวัลย์ ถนอมทรัพย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายชัยนาท พันตาวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1270/2506ฎีกา 633/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2766/2546ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 581/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา