คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาในความผิดเดียวกันกับคดีแพ่งที่ฟ้อง ย่อมทำให้อายุความทางแพ่งสะดุดหยุดลงตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทางอาญาในความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์และคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้น อายุความทางแพ่งย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 โจทก์จึงมาฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายในกรณีเดียวกันนี้ได้แม้จะเกินกำหนดหนึ่งปีแล้ว คดีไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของรัฐซึ่งให้โจทก์ครอบครองให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามเกี่ยวข้อง และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 15,000 บาทให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ คดีฟังได้ว่ากรณีที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2518 นั้น โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองทางอาญาที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2518 ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2519 ขณะที่คดีอาญานั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองทางแพ่งเป็นคดีนี้ เห็นว่าเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้สำนวนนี้ คดีอาญายังไม่เด็ดขาด อายุความทางแพ่งย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 คดีสำนวนนี้จึงไม่ขาดอายุความ"
แต่ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาท
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2522
นายเตี้ย ชั้วสุวรรณ์ กับพวก โจทก์
นางเพ็ญศรี ออศิริ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเตี้ย ชั้วสุวรรณ์ กับพวก · จำเลย - นางเพ็ญศรี ออศิริ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · ชุบ วีระเวคิน · จำรัส เขมะจารุ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา