คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านด่านศุลกากร เป็นความผิดคนละกระทงกัน
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และนำกัญชาดังกล่าวเข้าไปในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง อันเป็นด่านนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านด่านศุลกากรดอนเมืองตามกฎหมาย เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเครื่องบินแต่กัญชาถูกเจ้าพนักงานตรวจพบเสียก่อนและยึดไว้ ย่อมเป็นความผิดฐานมีกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง ฐานพยายามส่งกัญชาออกไปนอกราชอาณาจักรกระทงหนึ่ง และฐานส่งของที่ยังมิได้เสียภาษี ฤาของต้องจำกัด ฤาของต้องห้าม ฤาของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรออกไปนอกพระราชอาณาจักรอีกกระทงหนึ่ง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 448/2513)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะพยาน ม.6 กฎหมายลักษณะพยาน ม.7 กฎหมายลักษณะพยาน ม.9 กฎหมายลักษณะพยาน ม.10 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ.2477 ม.6 พระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ.2477 ม.7 พระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ.2477 ม.9 พระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ.2477 ม.10 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกได้ร่วมกันมีกัญชาหนัก ๕๒,๕๐๐ กิโลกรัมไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และร่วมกันนำกัญชาดังกล่าวอันเป็นของต้องห้ามเข้าไปในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมืองอันเป็นด่านนำเสินค้าออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านด่านศุลกากรดอนเมือง เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แต่ถูกตรวจพบและจับกุมเสียก่อนจึงกระทำไปไม่ตลอด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติกันชา พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา๖,๗,๙,๑๐ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖,๑๗ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐,๘๓,๓๒ ริบของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติกันชา พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๑๐ จำคุก ๖ เดือน จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันพยายามนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติกันชา พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ จำคุกคนละ ๘ เดือน ของกลางริบ
โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานมีกัญชาตามมาตรา ๗,๑๐ แห่งพระราชบัญญัติกันชา กรรมหนึ่ง จำคุกคนละ ๖ เดือน และมีความผิดฐานพยายามนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักรอีกกรรมหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท คือ มาตรา ๖,๙ แห่งพระราชบัญญัติกันชา พ.ศ. ๒๔๗๗ ประกอบมาตรา ๘๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญาบทหนึ่ง และมาตรา ๒๗ แห่งพราะราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ซึ่งแก้ไขโดยมาตรา ๓ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ.๒๔๙๐ อีกบทหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗ อันเป็นบทหนักที่สุด จำคุกคนละ ๒ ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๒ ปี ๖ เดือน ของกลางริบ
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกระทำผิดด้วย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยทั้ง ๒ ร่วมกับพวกมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และนำกัญชาดังกล่าวอันเป็นของต้องห้ามตามกฎหมายเข้าไปในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมืองอันเป็นด่านนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านด่านศุลกากรดอนเมืองตามกฎหมายเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเครื่องบิน แต่กัญชาดังกล่าวถูกเจ้าพนักงานตรวจพบเสียก่อนและยึดไว้ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๒ กับพวกย่อมมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้องซึ่งเป็นกรณีความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป คือความผิดฐานมีกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานกระทงหนึ่ง ฐานพยายามส่งกัญชาออกไปนอกราชอาณาจักรกระทงหนึ่ง และฐานส่งของที่ยังมิได้เสียภาษีฤาของต้องจำกัด ฤาของต้องห้าม ฤาของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรออกไปนอกพระราชอาณาจักรอีกกระทงหนึ่ง ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๘/๒๕๑๓ แต่ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดฐานพยายามนำกัญชาออกไปนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติกันชาฯ กับฐานส่งของต้องจำกัดออกไปนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ เป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๒๗ เป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ นั้นยังไม่ถูกต้อง เห็นสมควรแก้เสียให้ถูกต้องด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานมีกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติกันชา พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๗,๑๐ จำคุกคนละ ๖ เดือน มีความผิดฐานพยายามส่งกัญชาออกไปนอกพระราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติกันชา พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๖ (๒),๙ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ จำคุกคนละ ๖ เดือน และมีความผิดฐานส่งออกของต้องจำกัดออกไปนอกพระราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ จำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน รวมโทษจำคุกคนละ ๒ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2522
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายทวีศักดิ์ ไกรเจริญ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายทวีศักดิ์ ไกรเจริญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์ · จำรัส เขมะจารุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายถาวร ตันตราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธิรพันธ์ รัศมิทัต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา