⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3248/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3248/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจที่ยิงจำเลยเพื่อป้องกันภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและใกล้จะถึงตัว ถือเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เมาสุราถือปืนคาไบน์ส่งเสียเอะอะในบริเวณงาน จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตำรวจสถานีเดียวกันยื้อยุดฉุดตัวจำเลยที่ 1 กลับบ้าน ระหว่างนี้เองปืนคาไบน์ในมือจำเลยที่ 1 ลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนถูกจำเลยที่ 2 ที่ท้องทะลุหลัง ปืนลั่นแล้วจำเลยที่ 1 ยังตามเข้าไปเตะจำเลยที่ 2 มีคนเข้าช่วยแย่งปืน ปืนของจำเลยที่1 ได้ลั่นขึ้นอีก 1 นัด เป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 เข้าใจในขณะนั้นว่าจำเลยที่ 1 ตามเข้าไปเพื่อจะยิงซ้ำ จำเลยที่ + จึงได้ใช้ปืนพกที่มีอยู่ยิงจำเลยที่ 1 ไปในทันทีถูกที่ขาจำเลยที่ 1 ทันที ดังนี้เห็นว่าจำเลยที่ 2 มิใช่ผู้ก่อเหตุและกระทำไปด้วยความสำคัญผิดในข้อเท็จจริงถึงภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุ+อันละเมิดต่อกฎหมาย และใกล้จะถึงตัว จำเลยที่ 2 มีสิทธิจะป้องกันชีวิตของตนได้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 ประกอบด้วยมาตรา 68

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ใช้อาวุธปืนคาไบน์ยิงทำร้ายร่างกายจำเลยที่๒ ๒ นัดด้วยเจตนาฆ่า กระสุนปืนที่จำเลยที่ ๑ ยิงถูกจำเลยที่ ๒ ที่ท้องถึงอันตรายสาหัส และจำเลยที่ ๑ ได้เตะจำเลยที่ ๒ ไม่ถึงอันตรายแก่กาย และจำเลยที่ ๒ ได้ใช้ปืนพกขนาด .๓๘ ยิงจำเลยที่ ๑ ๑ นัด กระสุนถูกขาซ้ายของจำเลยที่ ๑ ถึงอันตรายสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสอง มีเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐,๒๙๗ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ จำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐ และ ๗๒ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า คืนวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ เมาสุรา ก่อความรำคาญในบริเวณงาน จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นตำรวจประจำสถานีเดียวกันขอร้องก็ไม่ยอม ต้องใช้กำลังยื้อยุดฉุดตัวกัน ระหว่างนี้เองปืนคาร์ไบน์ที่ จำเลยที่ ๑ ถืออยู่เกิดลั่นขึ้น ๑ นัด กระสุนปืนถูกท้องจำเลยที่ ๒ ทะลุหลังมีคนเข้าช่วยแย่ง และจำเลยที่ ๑ ยังตามไปเตะจำเลยที่ ๒ แต่ไม่ถูก ปืนของจำเลยที่ ๑ ได้ลั่นขึ้นอีก ๑ นัด ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อปืนในมือจำเลยที่ ๑ ลั่นถูกจำเลยที่ ๒ ที่ท้องทะลุหลังจนจำเลยที่ ๒ เซถอยหลังล้มฟุบลง จำเลยที่ ๑ ยังตามเข้าไปเตะจำเลยที่ ๒ และปืนได้ลั่นขึ้นอีก ๑ นัด ประกอบกับจำเลยที่ ๑ เมาสุราเป็นเหตุผลเพียงพอที่ทำให้จำเลยที่ ๒ เข้าใจในขณะนั้นว่าจำเลยที่ ๑ ตามเข้าไปเพื่อยิงซ้ำจึงได้ใช้ปืนพกยิงสวนออกไปในทันที จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นผู้ก่อเหตุกระทำไป-ด้วยความสำคัญผิดในข้อเท็จจริงถึงภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและใกล้จะถึงตัว จำเลยที่ ๒ มีสิทธิยิงป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ และ ๖๘ จำเลยที่ ๒ ยิงถูกจำเลยที่ ๑ เพียงส่วนขาซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่ายิงโดยกระชั้นชิดและจวนตัวไม่อาจเลือกเป้าหมายได้ การยิงสวนออกไปเพื่อยับยั้งโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงเช่นนี้ เป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3248/2522 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจหอม นาทะทอง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · ล. - จ่าสิบตำรวจหอม นาทะทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สันติ์ ธีรนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายถวิล ตรีเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายยง ศรีนาม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา