⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 633/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาซื้อขายรถเบ๊นซ์มีข้อตกลงให้โจทก์วางรถดั๊มพ์เป็นมัดจำ และจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์รถเบ๊นซ์ให้แก่โจทก์ได้ สัญญาซื้อขายย่อมเป็นอันเลิกกัน โจทก์จึงมีสิทธิเรียกคืนรถดั๊มพ์ซึ่งเป็นของตนคืนได้ แม้ว่าจำเลยจะได้นำรถดั๊มพ์ไปขายฝากหรือเช่าซื้อแก่บุคคลภายนอกแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มอบรถดั๊มพ์เป็นมัดจำในการที่ซื้อรถเบ๊นซ์จากจำเลย ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนรถดั๊มพ์แก่โจทก์เพราะจำเลยโอนรถเบ๊นซ์แก่โจทก์ไม่ได้ โจทก์นำยึดรถดั๊มพ์จากจำเลยผู้ร้องเช่าซื้อรถดั๊มพ์จากจำเลยไปแล้วแต่เพิ่งชำระเงินตามเช็คที่ออกล่วงหน้าแก่ผู้รับซื้อเช็คจากจำเลยเมื่อโจทก์ยึดทรัพย์แล้ว โจทก์ติดตามเอารถดั๊มพ์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์คืนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

รถดั๊มพ์คันพิพาทโจทก์มอบเป็นมัดจำในการที่โจทก์ซื้อรถเบ๊นซ์จากจำเลยจำเลยเอารถดั๊มพ์ให้ผู้ร้องเช่าซื้อ ก่อนชำระราคาครบถ้วนเจ้าของรถเบ๊นซ์เอารถคืนไปจากโจทก์ จำเลยโอนรถเบ๊นซ์แก่โจทก์ไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องและศาลพิพากษาให้จำเลยคืนรถดั๊มพ์แก่โจทก์ โจทก์นำยึดรถดั๊มพ์คืน ผู้ร้องร้องขอให้ถอนการยึดหลังจากรถถูกยึดคืนแล้ว ผู้ร้องจึงชำระเงินค่าเช่าซื้อตามเช็คแก่ผู้รับโอนเช็คครบถ้วน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่า ผู้ร้องมีอำนาจร้องขอให้ปล่อยรถคันพิพาทหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถคันพิพาทโจทก์มอบให้จำเลยไว้เป็นมัดจำในการที่โจทก์ซื้อรถเบ๊นซ์จากจำเลย ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้โดยเจ้าของรถยนต์เบ๊นซ์ที่แท้จริงมาเอารถคืนไป จำเลยจึงไม่สามารถโอนขายรถดังกล่าวแก่โจทก์ได้ตามสัญญา เป็นการที่จำเลยไม่ชำระหนี้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถพิพาทแก่โจทก์ และปรากฏว่าหลังจากจำเลยรับรถดั๊มพ์เป็นมัดจำได้เพียงเดือนเศษ จำเลยก็นำเอารถคันดังกล่าวไปให้ผู้ร้องเช่าซื้อ ซึ่งโจทก์เจ้าของรถคันพิพาทมีสิทธิติดตามและเอาคืนได้และแม้ข้อที่ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าได้ชำระค่าเช่าซื้อแก่จำเลยครบถ้วนแล้วนั้นก็เป็นเวลาหลังจากที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถพิพาทแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้ปล่อยรถคันพิพาท ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า กรณีระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนรถกัน รถคันพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้ว จำเลยชอบที่จะนำไปทำสัญญาให้ผู้ร้องเช่าซื้อได้ก็ดี ผู้ร้องซื้อรถคันพิพาทจากจำเลยในท้องตลาดโดยสุจริต ชำระราคาครบถ้วนแล้วก็ดี ล้วนเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2522 นายเชิด ศรีสันเทียะ โจทก์ นายไพรัช อังควนิช จำเลย นายพงษ์ศักดิ์ หล่อธราประเสริฐ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชิด ศรีสันเทียะ · จำเลย - นายไพรัช อังควนิช · ผู้ร้อง - นายพงษ์ศักดิ์ หล่อธราประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3350/2542ฎีกา 10700/2546ฎีกา 1508/2550ฎีกา 4164/2530ฎีกา 2575/2546ฎีกา 8290/2540ฎีกา 3365/2566ฎีกา 1703/2539ฎีกา 2303/2534ฎีกา 110/2521ฎีกา 506/2535ฎีกา 1453/2530ฎีกา 4588/2533ฎีกา 3813/2534ฎีกา 596/2545ฎีกา 3272/2547ฎีกา 2272/2516ฎีกา 990/2532ฎีกา 3509/2530ฎีกา 6180/2533ฎีกา 2496/2536ฎีกา 855/2567ฎีกา 1249/2526ฎีกา 3111/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา