คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้เข้าแผ้วถางทำประโยชน์ในที่ดินมาเป็นเวลา 9 ปี เป็นการแสดงโดยชัดแจ้งว่าโจทก์เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นแล้ว ไม่เป็นการเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องขับไล่ บรรยายฟ้องตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่ามีคนบุกเบิกป่าเสม็ดทำเป็นนา โจทก์ก็เข้าแผ้วถางทำประโยชน์มา 9 ปี เท่ากับกล่าวว่าโจทก์เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครอง ไม่เคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่จำเลย โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สำหรับประเด็นข้อแรก จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์บรรยายคำฟ้องกำกวมไม่ยืนยันว่า โจทก์เป็นเจ้าของนาพิพาทหรือนาพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นคำฟ้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายคำฟ้องตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กล่าวคือ มีคนเข้าไปแผ้วถางบุกเบิกป่าเสม็ดทำเป็นนา โจทก์ก็เข้าไปแผ้วถางด้วยแล้วครอบครองทำประโยชน์ตรงที่โจทก์แผ้วถางด้วยเจตนาถือสิทธิเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลา 9 ปีเศษ เท่ากับกล่าวว่าโจทก์เป็นเจ้าของนาพิพาท หรือมีสิทธิครอบครองนาพิพาทนั่นเอง หาใช่กล่าวกำกวมไม่ จึงเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2523
นายเคย แท่นดี โจทก์
นายสุพรรณ คำแก้ว กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเคย แท่นดี · จำเลย - นายสุพรรณ คำแก้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา