⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1587/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ธนาคารมีอำนาจเพิกถอนรายการรับฝากเงินตามเช็คที่เรียกเก็บไม่ได้ และผู้ฝากมีหน้าที่คืนเงินที่ธนาคารจ่ายเกินบัญชีให้แก่ธนาคารพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยไม่ทบต้น

ย่อคำพิพากษา

การที่ธนาคารโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คของจำเลย เป็นการทำไปในฐานะตัวแทนจำเลยเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คฉบับนั้นเท่านั้น และตามเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันก็มีว่า การนำเช็คฝากเข้าบัญชีจะถือว่าธนาคารได้รับฝากเงินต่อเมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้น ๆ ได้แล้ว เมื่อธนาคารโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คของจำเลยไม่ได้ ธนาคารโจทก์ก็มีอำนาจเพิกถอนรายการรับฝากเงินตามเช็คดังกล่าวของจำเลยออกได้ จึงยังถือไม่ได้ว่าธนาคารโจทก์ก็ได้รับฝากเงินนั้นไว้จากจำเลยแล้ว จำเลยเพียงทำสัญญาเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารโจทก์เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องทำสัญญา บัญชีเดินสะพัดต่อกัน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 และถือไม่ได้ว่าเป็นการค้าอย่างอื่นในทำนองเช่นว่านั้น และตามเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันที่ว่า ถ้าธนาคารจ่ายเงินตามเข็คให้เกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของผู้ฝากไปผู้ฝากยอมใช้เงินส่วนที่ธนาคารจ่ายเกินบัญชีนั้นให้ธนาคารพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมายนัยแต่วันที่ธนาคารได้จ่ายเงินนั้นเป็นต้นไป ก็มิได้มีข้อตกลงให้เรียกดอกเบี้ยทบต้นได้ กับทั้งมิใช่เรื่องกู้ยืมเงิน ตามมาตรา 654 แต่เป็นเรื่องของธนาคารโจทก์จ่ายเงินตามคำสั่งของจำเลยผู้ออกเช็คเกินกว่า จำนวนเงินที่จำเลยมีอยู่ในบัญชี ซึ่งตามมาตรา 991 มิได้บังคับโดยเฉียบขาดมิให้ธนาคารโจทก์มีอำนาจจ่ายเงินตามเช็คให้จำเลยเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่รับเกินไปคืนให้ธนาคารโจทก์ เมื่อจำเลยไม่คืนเงินให้โจทก์ จำเลยก็ตกเป็นผู้ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามมาตรา 7 และ 224 โดยไม่ทบต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.857 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.991

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกค้าของธนาคารโจทก์โดยเปิดบัญชีเดินสะพัดประเภทเงินฝากกระแสรายวัน หากโจทก์จ่ายเงินตามเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้เกินไปจากจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลย จำเลยยินยอมใช้เงินส่วนที่โจทก์จ่ายเกินไปนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมายให้แก่โจทก์ นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินนั้นเป็นต้นไป โจทก์ได้จ่ายเงินไปตามเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเกินไปจากบัญชีดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี คำนวณตามประเพณีและวิธีการคิดดอกเบี้ยทบต้นของธนาคาร ขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน ๑๒,๘๔๖.๑๒ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จำเลยให้การว่า จำเลยเคยฝากและถอนเงินในบัญชีดังกล่าว ต่อมา จำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ จำนวนเงิน ๑๐๐ บาท ในวันเดียวกันนั้นจำเลยได้นำเช็คเข้าบัญชีของจำเลยเพื่อเรียกเก็บเงินจำนวน ๘,๔๐๐ บาท รวมเป็นยอดเงินที่จำเลยมีอยู่ในบัญชี ๘,๖๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกจำนวนหนึ่ง ต่อมาจำเลยได้ออกเช็คสั่งให้โจทก์จ่ายเงินจำนวน ๘,๔๐๐ บาท และจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปถูกต้องแล้ว จำเลยไม่เคยเบิกเงินเกินบัญชีตามฟ้อง จำเลยยังเป็นเจ้าหนี้โจทก์เป็นเงิน ๑๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกจำนวนหนึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อธนาคารโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คดังกล่าวไม่ได้ ต้องถือว่าธนาคารโจทก์ไม่ได้รับฝากเงิน จำนวน ๘,๔๐๐ บาท เข้าบัญชีของจำเลย จำเลยเบิกเงินสดออกจากบัญชีจำนวน ๘,๔๐๐ บาท และธนาคารโจทก์จ่ายให้จำเลยรับไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ธนาคารโจทก์จ่ายเงินให้เกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลย จำเลยต้องใช้เงินส่วนที่เกินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามเงื่อนไขของคำขอเปิดบัญชี กระแสรายวัน ส่วนปัญหาว่าจำเลยเป็นหนี้ตามบัญชีเดินสะพัดจำนวนเท่าใดนั้น ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัย ฯลฯ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฯลฯ การที่ธนาคารโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คของจำเลยนั้น ธนาคารโจทก์ทำไปในฐานะตัวแทนเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คฉบับนั้นเท่านั้น และตามเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันก็มีว่า การนำเช็คฝากเข้าบัญชีจะถือว่าธนาคารได้รับฝากเงินต่อเมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้น ๆ ได้แล้ว เมื่อธนาคารโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คของจำเลยไม่ได้ ธนาคารโจทก์ก็มีอำนาจเพิกถอนรายการรับฝากเงินตามเช็คดังกล่าวของจำเลยออกได้ จึงยังถือไม่ได้ว่าธนาคารโจทก์ได้รับฝากเงินจำนวน ๘,๔๐๐ บาท ไว้จากจำเลยแล้ว และธนาคารโจทก์มีอำนาจที่จะจ่ายเงินให้จำเลยเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลยได้ตามเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวัน จำเลยจึงเป็นหนี้ธนาคารโจทก์ตามเช็คที่เบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์ ๘,๔๐๐ บาท จำเลยต้องใช้เงินส่วนที่เกินพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นที่ว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดจำนวนเท่าใด โดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ว่า เมื่อจำเลยออกเช็คเบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์ จำนวน ๘,๔๐๐ บาทนั้น จำเลยมีเงินอยู่ในบัญชี ๑๐๐ บาท ตามเดิม ธนาคารโจทก์จึงจ่ายเงินให้จำเลยเกินจำนวนเงินที่จำเลยมีอยู่ในบัญชีไป ๘,๔๐๐ บาท และหลังจากวันนั้น จำเลยไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีของจำเลยอีกเลย จำเลยจึงต้องใช้เงินจำนวน ๘,๔๐๐ บาท คืนให้ธนาคารโจทก์ อย่างไรก็ตามจำเลยเพียงทำสัญญาเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารโจทก์เท่านั้นจึงไม่ใช่เรื่องทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดต่อกัน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๖ และถือไม่ได้ว่าเป็นการค้าอย่างอื่นในทำนองเช่นว่านั้น และตามเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันที่ว่าแต่ถ้าธนาคารจ่ายเงินตามเช็คให้เกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของผู้ฝากไป ผู้ฝากยอมใช้เงินส่วนที่ธนาคารจ่ายเกินบัญชีนั้นให้ธนาคาร พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย นับแต่วันที่ธนาคารได้จ่ายเงินนั้นเป็นต้นไป ก็มิได้มีข้อตกลงให้เรียกดอกเบี้ยทบต้นได้ กับทั้งไม่ใช่เรื่องกู้ยืมเงินตามมาตรา ๖๕๔ แต่เป็นเรื่องของธนาคารโจทก์จ่ายเงินตามคำสั่งของจำเลยผู้ออกเช็คเกินกว่าจำนวนเงินที่จำเลยมีอยู่ในบัญชี ซึ่งตามมาตรา ๙๙๑ มิได้บังคับโดยเฉียบขาดมิให้ธนาคารจ่ายเงินเกินบัญชีของผู้เคยค้า นอกจากนั้นยังมีเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันดังกล่าว ให้ธนาคารโจทก์มีอำนาจจ่ายเงินตามเช็คให้จำเลยเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่รับเกินไปให้ธนาคารโจทก์ เมื่อจำเลยไม่คืนเงินให้โจทก์ จำเลยก็ตกเป็นผู้ผิดนัด ต้องเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามมาตรา ๗ และ ๒๒๔ โดยไม่ทบต้น ถึงวันฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐,๒๒๑.๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๘,๔๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2523 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ นายกิมเม้ง พิบูลสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด · จำเลย - นายกิมเม้ง พิบูลสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์ · วัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายวิเชียร มณีกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3757/2543ฎีกา 3942/2545ฎีกา 2300/2533ฎีกา 308-309/2511ฎีกา 225/2504ฎีกา 2886/2545ฎีกา 10022/2553ฎีกา 1854/2493ฎีกา 3406/2530ฎีกา 10262/2550ฎีกา 1339/2516ฎีกา 6988/2545ฎีกา 1262/2543ฎีกา 1124/2511ฎีกา 1537/2534ฎีกา 554/2513ฎีกา 8322/2544ฎีกา 1238/2502ฎีกา 2558/2533ฎีกา 2728/2517ฎีกา 4941/2539ฎีกา 1169-1170/2509ฎีกา 1195/2511ฎีกา 852/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา