คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกหนี้ไม่ยื่นคำขอประนอมหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา และเจ้าหนี้มีมติให้ล้มละลาย ศาลต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมิได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ เป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงได้ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก และเจ้าหนี้ ได้ลงมติขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานมติในการประชุมดังกล่าวในศาลทราบตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 ซึ่งตาม พระราชบัญญัติดังกล่าวบังคับให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลจะงดพิพากษาหรือพิพากษาเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ดังนั้น การที่จำเลยมายื่นคำร้องขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 45 แล้ว ศาลจะสั่งงดอ่านคำพิพากษาโดยให้จำเลยไปดำเนินการขอประนอมหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้ ต้องยกคำร้องของ จำเลยและพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 61
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.31 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.45 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.61
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจาก ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยโดยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ รายงานว่าเจ้าหนี้ ได้ลงมติในการประชุมครั้งแรก ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนลูกหนี้ โดยเปิดเผยแล้ว นัดฟังคำพิพากษาก่อนวันฟังคำพิพากษา ๒ วัน จำเลยยื่นคำร้องขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย และขอให้งดการอ่านคำพิพากษา
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงคัดค้านว่า ก่อนประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกได้แจ้งให้ จำเลยดำเนินการขอประนอมหนี้ ภายในเวลาที่กำหนด แต่จำเลยเพิกเฉย ถือว่าจำเลยไม่ติดใจประนอมหนี้ ก่อนมีคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดอื่นคำพิพากษาไว้ชั่วคราว ให้จำเลยไปดำเนินการขอประนอมหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ ภายใน ๗ วัน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยมิได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ เป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนด ให้จำเลยทราบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว เพิกเฉยไม่ดำเนินการขอประนอมหนี้จนล่วงพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงได้ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก และเจ้าหนี้ ได้ลงมติขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานมติในการประชุมดังกล่าวในศาลทราบตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๖๑ ซึ่งตาม พระราชบัญญัติดังกล่าวบังคับให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลจะงดพิพากษาหรือพิพากษาเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ดังนั้น การที่จำเลยมายื่นคำร้องขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๔๕ แล้ว ศาลจะสั่งงดอ่นคำพิพากษาโดยให้จำเลยไปดำเนินการขอประนอมหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้ ต้องยกคำร้องของ จำเลยและพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๑
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลย และให้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามบทบัญญัติมาตรา ๖๑ แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2523
ธนาคารเชสแมนฮัตตัน ฯ โจทก์
นายอโน ศรีบุญเรือง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารเชสแมนฮัตตัน ฯ · จำเลย - นายอโน ศรีบุญเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา