⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3665/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3665/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกตามมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ศาลต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายทันที โดยไม่จำต้องรอให้คำพิพากษาถึงที่สุด และไม่ต้องแสดงเหตุผลตามมาตรา 141 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1เด็ดขาดแล้ว และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 นั้นแสดงว่าคดีได้ดำเนินการตามขั้นตอนของบทบัญญัติดังกล่าวครบถ้วนแล้วจึงเป็นการบังคับให้ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1ล้มละลายทันที แม้จำเลยที่ 1 จะฎีกาคัดค้านเกี่ยวกับศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดและคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาก็ไม่จำต้องรอให้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวถึงที่สุดเพราะคดีล้มละลายต้องพิจารณาเป็นการด่วนตาม มาตรา 13 และ 153 หากต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง คำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายก็เป็นอันตกไปโดยปริยาย การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายเป็นผลต่อเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของจำเลยเด็ดขาด และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนั้นได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีไว้แล้วมาตรา 61 ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ศาลพิพากษาให้จำเลย(ลูกหนี้) ล้มละลาย จึงไม่อาจนำมาตรา 141 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลมได้ศาลชั้นต้นชอบที่จะพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายโดยไม่จำต้องแสดงเหตุผลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 141แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.61 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดแล้ว จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นน่าจะพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายได้ต่อเมื่อคดีที่เกี่ยวกับคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดถึงที่สุดแล้วนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าเจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือในคราวที่ได้เลื่อนไป ขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ดีหรือไม่ลงมติประการใดก็ดีหรือไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมก็ดีหรือการประนอมหนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบก็ดี ให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย" ดังนี้ เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดแล้ว และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก แสดงว่าคดีนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของบทบัญญัติดังกล่าวครบถ้วนแล้ว จึงเป็นการบังคับให้ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายทันที แม้จำเลยที่ 1จะฎีกาคัดค้านเกี่ยวกับศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดและคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาก็ตาม ก็ไม่จำต้องรอให้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวถึงที่สุดแล้วเพราะคดีล้มละลายต้องพิจารณาเป็นการด่วนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 13 และ 153 หากต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายก็เป็นอันตกไปโดยปริยายเนื่องจากการล้มละลายเริ่มต้นมีผลตั้งแต่วันที่ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 62 ข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ว่าหนี้ของจำเลยที่ 1 ยังไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนและมีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย เป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วนั้น เห็นว่า แม้อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1มีข้อความดังกล่าวก็ตาม ก็มิใช่เป็นการโต้แย้งคัดค้านว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 มานั้น ไม่ถูกต้องแต่อย่างใดจึงมิใช่ข้อที่จะพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว และข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายโดยมิได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยและคำวินิจฉัยของศาลในประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ยกขึ้นโต้แย้งมาก่อนก็ตาม จำเลยที่ 1 ก็ย่อมยกขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสองประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153แต่คดีล้มละลายนี้เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายเป็นผลต่อเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนี้ได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยและคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีไว้แล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 ซึ่งได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ศาลพิพากษาให้จำเลย (ลูกหนี้) ล้มละลาย จึงไม่อาจนำมาตราแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายมาดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว หาจำต้องแสดงเหตุผลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 141 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วยไม่คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3665/2541 นาย สุรินทร์ แสง ขำ โจทก์ นาย เดิม ชัยหรือเติมชัย บุตรศ รี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุรินทร์ แสง ขำ · จำเลย - นาย เดิม ชัยหรือเติมชัย บุตรศ รี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · ทวีชัย เจริญบัณฑิต · พิชัย เตโชพิทยากูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 6210/2534ฎีกา 4537/2536ฎีกา 5272/2544ฎีกา 6746/2538ฎีกา 2099/2532ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4562/2536ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4278/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2555/2536ฎีกา 7728/2540ฎีกา 726/2512ฎีกา 1025/2538ฎีกา 788/2510ฎีกา 2203/2531ฎีกา 955/2505ฎีกา 1063/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา