⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 434-435/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434-435/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการของนิติบุคคลที่กระทำความผิดอาญา แม้จะกระทำในนามของบริษัท ก็อาจถูกควบคุมตัวระหว่างสอบสวนได้หากตกเป็นผู้ต้องหา

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้จัดการของนิติบุคคลกระทำการซึ่งมีมูลเป็นความผิดทางอาญา แม้จะกระทำในกิจการของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล ผู้จัดการนั้นก็อาจถูกควบคุมในระหว่างสอบสวนได้ในเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.78 กฎหมายลักษณะอาญา ม.304 กฎหมายลักษณะอาญา ม.309 กฎหมายลักษณะอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 ประมวลกฎหมายอาญา ม.348 ประมวลกฎหมายอาญา ม.373

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๐, ๓๑๐, ๘๓, ๘๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า จำเลยปฏิบัติราชการไปตามหน้ามที่กระทรวงมหาดไทนสั่งมา หามีเจตนากลั่นแกล้งไม่ คดีโจทก์ไม่มีมูล โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อนิติบุคคลกระทำผิด พนักงานสอบสวนจะกักขังควบคุมตัวผู้จัดการไม่ได้ ่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว จากพยานหลักฐานในสำนวน ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์รับบริการส่งคนไทยอิสลากไปเมกกะโดยเรียกเอาค่าบริการสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายที่เมืองเมกกะ แต่โจทก์ไม่ส่งเงินค่าใช้จ่ายไปให้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นการกระทำของโจทก์โดยตรงถูกต้องแล้ว แต่โจทก์จะกระทำเพื่อใครนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อการกระทำของโจทก์มีมูลเป็นความผิดอาญา จำเลยก็มีอำนาจสอบสวนโจทก์ได้ จำเลยได้สอบสวนโจทก์เป็นผู้ต้องหาร มิใช่กล่าวหานิติบุคคล ย่อมมีอำนาจที่จะควบคุมโจทก์ได้ ในเมื่อระหว่างสอบสวนปรากฏว่า เป็นผู้กระทำความผิด การกระทำของโจทก์ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า อาจมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ ซึ่งมิใช่เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ และมีอายุความถึง ๑๐ ปี เหตุเพิ่งเกิดไม่ถึงปี เป็นการชี้เรื่องอายุความอยู่ในตัวแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434 - 435/2505 นายวิไล เบ็ญจลักษณ์ โจทก์ นายเกษม สุขุม กับพวกรวม 3 คน จำเลย นายวิไล ฯลฯ โจทก์ นายผ่อง ชำนาญกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิไล เบ็ญจลักษณ์ · จำเลย - นายเกษม สุขุม กับพวกรวม 3 คน · โจทก์ - นายวิไล ฯลฯ · จำเลย - นายผ่อง ชำนาญกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ · อรรถไพศาลศรุดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายฉลอง จันทรัฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 6746/2538ฎีกา 2572/2541ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1166/2491ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา