⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 839/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำฟ้องในคดีแรงงานต้องยื่นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย และการแก้ไขนั้นต้องไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย.

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำฟ้องไว้ จึงต้องนำป.วิ.พ. มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ในคดีแรงงานถือได้ว่าไม่มีการชี้สองสถานเพราะการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันสืบพยานเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ฉะนั้นโจทก์จะต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมายคดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องวันที่ 7 กรกฎาคม 2543 ขอแก้ไขคำฟ้องภายหลังจากจำเลยสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งในขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้อง โจทก์ย่อมจะทราบถึงสิทธิที่โจทก์จะพึงได้รับดอกเบี้ยจากค่าชดเชย ค่าจ้างค้างจ่ายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าซึ่งจำเลยผิดนัดไม่จ่ายให้โจทก์อยู่แล้วและคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งมิใช่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่จำต้องชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.31 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๑๐๖,๒๐๐ บาท ค่าจ้างค้างจ่ายเป็นเงิน ๑๔,๑๖๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน ๒๑,๘๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นเงิน ๑๐๖,๒๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ เพราะเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๒ โจทก์กระทำอนาจารนางสาวบุญขวัญ ตามวัน ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลย เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลย และในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๒ โจทก์ได้ปั๊มกุญแจรถยนต์ของจำเลยโดยมีเจตนาไม่สุจริต เมื่อจำเลยทราบและขอกุญแจรถยนต์ดังกล่าวโจทก์ก็ไม่พอใจ หลังเกิดเหตุทำให้การทำงานของโจทก์และความสัมพันธ์กับพนักงานของจำเลยแย่ลง เกิดความเสียหายแก่จำเลย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๒๒,๑๙๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑๒๐,๓๖๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ และอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๒๑,๘๓๐ บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมีเพียงว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องให้จำเลยชำระดอกเบี้ยของเงินตามฟ้องแก่โจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำฟ้องไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ซึ่งมาตรา ๑๘๐ บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๗ วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย" ในคดีแรงงานถือได้ว่าไม่มีการชี้สองสถานเพราะการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันสืบพยานเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๙ ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ฉะนั้นโจทก์จะต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๗ วัน เว้นแต่มีเหตุยกเว้นตามบทบัญญัติข้างต้น ปรากฏในสำนวนคดีนี้ว่าโจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ขอแก้ไขคำฟ้องภายหลังจากจำเลยสืบพยานเสร็จสิ้นแล้วซึ่งในขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้อง โจทก์ย่อมจะทราบถึงสิทธิที่โจทก์จะพึงได้รับดอกเบี้ยจากค่าชดเชยค่าจ้างค้างจ่าย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าซึ่งจำเลยผิดนัดไม่จ่ายให้โจทก์อยู่แล้ว ชอบที่จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องได้ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๗ วัน การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องภายหลังจากที่จำเลยสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั้งมิใช่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลแรงงานกลางสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าดอกเบี้ยสำหรับค่าชดเชย ค่าจ้างค้างจ่ายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับค่าชดเชย ค่าจ้างค้างจ่ายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง นายชลิต จั่นประดับ ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2545 นายปรีชา นาคทอง บริษัทไชน่าการค้า (กรุงเทพฯ) จำกัด

รายละเอียดคดี

คู่ความนาคทอง - นายปรีชา · จำกัด - บริษัทไชน่าการค้า (กรุงเทพฯ)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายจักรกฤช เจริญเลิศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 988/2485ฎีกา 4715/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา