⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2173/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2173/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความและไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ดินเกี่ยวกับการขอจับจองและแจ้งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะในฐานะเป็นที่ดินของสำนักราชการบ้านเมืองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2474ไม่จำต้องออกพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามหรือสงวนไว้และไม่ต้องขอจับจองที่ดินและแจ้งการครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินจำเลยจะยกอายุความมาเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินคือโจทก์หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ที่โจทก์นำสืบถึงกรณีได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อสร้างเรือนจำชั่วคราวเขากบ แล้วได้ให้เจ้าหน้าที่ของเรือนจำและนักโทษถากถางที่รกร้างว่างเปล่า แล้วปลูกสร้างเรือนจำชั่วคราวเขากบขึ้น จำเลยไม่มีพยานมานำสืบหักล้าง หลักฐานภาพถ่ายหมาย จ.4, จ.6 ขุนอภิจิตสุรทัณฑ์พัสดีเรือนจำจังหวัดนครสวรรค์ผู้ขออนุญาตได้บันทึกไว้ว่าได้สร้างเรือนจำชั่วคราวเขากบในที่ดินที่ได้รับอนุญาต กรณีจึงมิใช่ขุนอภิจิตสุรทัณฑ์ขอจับจองที่รกร้างว่างเปล่าเป็นส่วนตัวดังจำเลยอ้างพฤติการณืที่ขุนอภิจิตสุรทัณฑ์โดยความยินยอมของโจทก์ขออนุญาตสร้างเรือนจำชั่วคราวเขากบ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วได้ให้เจ้าหน้าที่เรือนจำและนักโทษถากถางที่ดิน แล้วสร้างเรือนจำชั่วคราวเขากบในเวลาต่อมาเพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอาชีพผู้ต้องขัง ใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ เกษตรกรรม และมีโครงการที่จะตั้งเป็นเรือนจำกลาง ต่อมาโจทก์ได้ทำแผนที่แสดงเขต ทั้งได้ปักหลักเขตด้านติดกับที่ดินของจำเลยแสดงการครอบครองติดต่อมา ฟังได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะในฐานะเป็นที่ดินของสำนักราชการบ้านเมืองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) ที่ดินดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พุทธศักราช 2478 ไม่จำต้องออกพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามหรือสงวนไว้ และไม่ต้องขอจับจองที่ดินตามพระราชบัญญัติการออกโฉนดที่ดิน ร.ศ. 127 มาตรา 59, 60 และแจ้งการครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินดังจำเลยฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างมาในฎีการูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อกระทรวงมหาดไทยสั่งยุบเลิกเรือนจำชั่วคราวแล้ว ทรัพย์พิพาทจึงไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอีกต่อไป เห็นว่าไม่ทำให้เปลี่ยนสภาพเป็นทรัพย์เอกชนดังจำเลยอ้าง เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้ถอนสภาพ ที่จำเลยฎีกาว่านางบางเจ้าของเดิมครอบครองที่พิพาทมาก่อนเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และที่พิพาทมิได้อยู่ในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน พิเคราะห์พยานจำเลยแล้ว เห็นว่าจำเลยไม่มีนางบาง นางบุญมีผู้รับโอนจากนางบางมาเป็นพยานนำสืบให้เห็นว่านางบางได้ยึดถือครอบครองตั้งแต่เมื่อใดและอย่างไรจำเลยอ้างว่านางบางครอบครองมา 50 ปี จึงเลื่อนลอยฟัง ไม่ได้ว่านางบางครอบครองที่พิพาทมาก่อนเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ได้ความจากนายเจตน์ สุวรรณ พนักงานที่ดินพยานจำเลยว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยเลขที่ 120 มีเนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 66 วา จำเลยขอรังวัดออกโฉนดทั้งแปลง แต่รุกล้ำที่ดินที่โจทก์ครอบครอง 10 ไร่ โจทก์คัดค้าน จำเลยขอตัด จึงออกโฉนดให้ 32 ไร่ 3 งาน 66 วา ต่อมาจำเลยได้ขอรังวัดออกโฉนดตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับเดิมอีก 33 ไร่ 68 วาแสดงว่าจำเลยขอรังวัดออกโฉนดครั้งหลังเป็นเนื้อที่ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่คงเหลือรุกล้ำเข้าไปในที่ที่โจทก์ครอบครองจำเลยเองก็รับว่าที่พิพาทอยู่ในที่ดินที่โจทก์ครอบครอง แสดงว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่โจทก์ครอบครองดูแล จำเลยย่อมอ้างสิทธิครอบครองและยกอายุความมาเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินคือโจทก์ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1306" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2173/2523 กรมราชทัณฑ์ โจทก์ นางจำลอง วิริยานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมราชทัณฑ์ · จำเลย - นางจำลอง วิริยานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร วรรณแสง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา