⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2523/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารพาณิชย์กับผู้ฝากเงินเป็นไปตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารมีฐานะเป็นเพียงผู้รับฝากเงินเท่านั้น หาใช่ผู้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญาไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ และมีสิทธิ ใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทางได้ ตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 มาตรา 4 ดังนั้นความสัมพันธ์ ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฝากเงิน กับจำเลยซึ่งเป็นผู้รับฝากเงินจึงเป็นไป ตามพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ โดยจำเลยมีฐานะเป็นเพียง ผู้รับฝากเงิน ของโจทก์อย่างธนาคารพาณิชย์เท่านั้น จำเลยหาได้รับ มอบหมาย ให้จัดการทรัพย์สินของโจทก์ตามความหมายที่บัญญัติไว้ ในมาตรา 353 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแต่อย่างใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด และประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 11 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 โจทก์เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไว้กับจำเลย จำเลยทั้งหมดเป็นผู้ครอบครองและได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้จัดการทรัพย์สินของโจทก์ตามกฎหมายและตามประเพณีของธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ มีหน้าที่จ่ายเงินตามที่โจทก์สั่งจากจำนวนเงินที่โจทก์มีอยู่ในบัญชีเงินฝากจำเลยที่ 1 ได้ทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ด้วยการเบียดบังหักเงินออกจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ชำระหนี้ให้แก่ผู้มีชื่อ อันเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้และมีสิทธิใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทางได้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 มาตรา 4 ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฝากเงิน กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับฝากเงินจึงเป็นไปตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ โดยจำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นเพียงผู้รับฝากเงินของโจทก์อย่างธนาคารพาณิชย์เท่านั้น จำเลยที่ 1 หาได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของโจทก์ตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 353 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 หักทอนบัญชีเงินฝากของโจทก์ผิดไป จึงหาทำให้จำเลยมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้องไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2523 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเมืองทองก่อสร้าง โจทก์ แทรคเตอร์ 2519 กับพวก โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเมืองทองก่อสร้าง · โจทก์ - แทรคเตอร์ 2519 กับพวก · จำเลย - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 196/2511ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 404/2565ฎีกา 5902/2567ฎีกา 2252/2560ฎีกา 5831/2541ฎีกา 15230/2555ฎีกา 1800/2517ฎีกา 3596/2525ฎีกา 1976-1977/2505ฎีกา 987/2554ฎีกา 355/2515ฎีกา 1461/2522ฎีกา 298/2567ฎีกา 1653/2520ฎีกา 113/2535ฎีกา 1607/2532ฎีกา 1674/2522ฎีกา 115/2535ฎีกา 3163/2540ฎีกา 1951/2506ฎีกา 623/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา