⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1607/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2532

ป.อาญา ม.352, 353 · ป.พ.พ. ม.797

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งได้รับมอบทรัพย์สินไปเพื่อขาย โดยมีสิทธิขายในราคาที่สูงกว่าที่กำหนด และได้รับผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาขาย ถือว่าบุคคลนั้นได้ทรัพย์สินไปโดยมีสิทธิขายอย่างเป็นของตนเอง หาใช่เป็นตัวแทน และการไม่คืนทรัพย์สินหรือใช้เงินให้ตามข้อตกลง เป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มอบพลอยจำนวน 3 หมู่ให้จำเลยไปขายโดยกำหนดราคาขั้นต่ำไว้ จำเลยจะขายในราคาสูงกว่าก็ได้ ลักษณะเช่นนี้จำเลยย่อมมีสิทธิขายพลอยอย่างเป็นของของตนเอง หาใช่เป็นตัวแทนไปขายในนามของโจทก์ไม่ แม้จะมีข้อตกลงให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยเป็นเงิน 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ขายได้ก็ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเปลี่ยนแปลงไป เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมคืนพลอยหรือใช้เงินให้โจทก์เป็นเพียงผิดข้อตกลงกัน ซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิทธิเรียกร้องแก่จำเลยในทางแพ่ง หาเป็นเรื่องมีมูลความผิดในทางอาญาฐานยักยอกไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และ ๓๕๓ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่อัตราโทษทั้งสองบทเท่ากัน จึงให้ลงโทษตามมาตรา ๓๕๒ ประกอบด้วยมาตรา ๙๐ ให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยรับพลอยของโจทก์ไปขายหรือไม่ และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ปัญหาข้อแรกโจทก์มีตัวโจทก์และนางกำจัด กลีบแก้ว เบิกความว่าโจทก์ได้นำพลอยจำนวน ๓ หมู่ ไปฝากให้จำเลยขาย กำหนดให้ขายในราคาไม่ต่ำกว่าหมู่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท หากขายไม่ได้ภายใน ๒ สัปดาห์ จำเลยจะต้องนำพลอยไปคืนให้โจทก์ ความดังกล่าวจำเลยก็ยอมรับต่อร้อยตำรวจโทรันดร เรืองเดชา เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ไปแจ้งความกล่าวหาจำเลย และร้อยตำรวจโทรันดรได้มาเบิกความเป็นพยาน โจทก์ยืนยันว่าจำเลยรับว่าได้รับมอบพลอยของโจทก์ไปแล้ว ไม่นำพลอยหรือเงินคืนโจทก์จริง จึงฟังได้ว่าโจทก์มอบพลอยจำนวน ๓ หมู่ให้จำเลยไปขายให้จริง ปัญหาข้อต่อไปเห็นว่า โจทก์มอบหมายให้จำเลยขายพลอยให้โดยกำหนดราคาขั้นต่ำไว้ จำเลยจะขายในราคาสูงกว่าก็ได้ ในลักษณะเช่นนี้จำเลยย่อมมีสิทธิขายพลอยอย่างเป็นของตนเอง หาใช่เป็นตัวแทนไปขายในนามของโจทก์ไม่ แม้จะมีข้อตกลงให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยเป็นเงิน ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ขายได้ ก็ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเปลี่ยนแปลงไป การที่เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมคืนพลอยหรือใช้เงินให้โจทก์เป็นเพียงผิดข้อตกลงกัน ซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิทธิเรียกร้องแก่จำเลยในทางแพ่ง หาเป็นเรื่องมีมูลความผิดในทางอาญาฐานยักยอกดังที่โจทก์ฟ้องไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2532 นางสุวรี กลางอรัญ โจทก์ นางสาวบุญห่วงหรือนางบุญห่วง ชาติจันทึก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุวรี กลางอรัญ · จำเลย - นางสาวบุญห่วงหรือนางบุญห่วง ชาติจันทึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ อุปนิสากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 7100/2538ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 1057/2514ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2252/2560ฎีกา 5351/2538ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2957/2523ฎีกา 3160/2545ฎีกา 2801/2527ฎีกา 617/2536ฎีกา 345/2516ฎีกา 3352/2529ฎีกา 15230/2555ฎีกา 8651/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา