คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2533/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น แต่ผู้ครอบครองมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ตนเองได้สิทธิในทรัพย์สินนั้นอย่างสมบูรณ์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันโจทก์ซึ่งได้ที่ดินมาโดยเจ้าของเดิมยกให้แต่จำเลยจะฟ้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอนใส่ชื่อจำเลยและจัดการแบ่งแยกให้จำเลยไม่ได้ และศาลจะพิพากษาให้โจทก์จัดการแบ่งแยกให้แก่จำเลยไม่ได้ เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องโอนให้จำเลย เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ จะต้องดำเนินการให้มีชื่อของตนในโฉนดต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้เพิกถอนนิติกรรมยกให้ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 2531 ตามฟ้องเฉพาะส่วนที่พิพาท กับพิพากษาว่าที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 1 ครอบครองอยู่นั้น จำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองและให้โจทก์จัดการแบ่งแยกให้แก่จำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยที่ 1 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 และสามีได้ครอบครองที่ดินพิพาทเป็นของตนตลอดมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี จำเลยที่ 1 จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ส่วนที่โจทก์ได้จดทะเบียนรับโอนที่ดินโฉนดแปลงนี้รวมทั้งที่พิพาทมาจากบิดาโจทก์ ก็ปรากฏว่าโจทก์รับโอนมาโดยไม่มีค่าตอบแทน และโจทก์ได้ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินพิพาทนั้นตลอดมาดังปรากฏจากคำเบิกความของบิดาโจทก์แสดงให้เห็นเหตุที่โอนที่ดินโฉนดตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จึงยกการครอบครองโดยปรปักษ์ขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 วรรค 2 นั้นได้ และมีสิทธิฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนการโอนเฉพาะส่วนที่เป็นที่พิพาทระหว่างบิดาโจทก์กับโจทก์ได้
ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้จำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครอง และให้เพิกถอนการโอนเฉพาะส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่พิพากษาให้โจทก์จัดการแบ่งแยกให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่อย่างใดในทางนิติกรรมที่จะต้องโอนให้จำเลย เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่จะต้องดำเนินการให้มีชื่อของตนในโฉนดต่อไป
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องแย้งที่ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอนใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และจัดการแบ่งแยกให้แก่จำเลยที่ 1 นั้นเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 200 บาท แก่จำเลยที่ 1"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2533/2523
นางหวน บุญเกิด โจทก์
นางเปลื่อง เพ็งจุ้ย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหวน บุญเกิด · จำเลย - นางเปลื่อง เพ็งจุ้ย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา