⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1567/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่สามีภริยาได้มาระหว่างที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างกัน เมื่อจดทะเบียนสมรสภายหลัง ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ตกเป็นสินสมรส แต่ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์รวมตามส่วนที่ได้มา.

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินของชายถือกรรมสิทธิ์รวมกับมารดา มาก่อนเป็นสามีภริยากับโจทก์เป็นสินส่วนตัวของชาย ต่อมาชายทำสัญญาประนีประนอมแบ่งกับมารดา เมื่อโจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ก็เป็นแต่แบ่งกรรมสิทธิ์รวมระหว่างจำเลยกับมารดา ที่ดินไม่เป็นสินสมรส ชายหญิงอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาก่อน แล้วจดทะเบียนสมรสภายหลัง ทรัพย์ที่ได้มาร่วมกันก่อนจดทะเบียนสมรส เป็นกรรมสิทธิ์รวมแบ่งกันคนละครึ่งเมื่อหย่ากัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ชายหญิงอยู่กินฉันสามีภริยากันมาก่อนแล้วจดทะเบียนสมรสภายหลัง แล้วหย่ากัน ศาลชั้นต้นพิพากษาในเรื่องแบ่งทรัพย์ ให้แบ่งคนละครึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ไม่แบ่งระหว่างโจทก์จำเลยโจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ 1 เป็นสินสมรสหรือไม่ เห็นว่าที่ดินแปลงนี้ได้ออกโฉนดตราจองตั้งแต่วันที่1 ธันวาคม 2473 ตามเอกสารหมาย ล.1 มีชื่อจำเลยกับมารดาจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน โจทก์จำเลยเพิ่งเป็นสามีภริยากันภายหลัง ที่ดินพิพาทแปลงนี้จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย แม้ต่อมาเมื่อมารดาจำเลยกับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2514 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 128/2514 ของศาลชั้นต้นนั้นเป็นการแบ่งแยกที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างมารดาจำเลยกับจำเลยเท่านั้น หาใช่จำเลยได้ทรัพย์ใหม่ขึ้นมาไม่ ที่ดินพิพาทดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นสินสมรส" ฯลฯ "ห้องแถวพิพาท 4 ห้องตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ 3 โจทก์เบิกความว่านอกจากสร้างบ้านเลขที่ 43 แล้ว โจทก์จำเลยยังร่วมกันสร้างห้องแถวไม้ชั้นเดียวขึ้น 4 หลัง คือห้องเลขที่ 43/1, 43/2, 43/3, 43/4 ส่วนที่จำเลยนำสืบว่า ไม้ที่สร้างจำเลยขออนุญาตตัดฟันมาแต่ พ.ศ. 2470 และใช้เงินที่จากการขายที่ดินให้นางบุญเลื่อนนั้น จำเลยหามีพยานเบิกความสนับสนุนไม่ จึงรับฟังไม่ได้ เชื่อว่าห้องแถวพิพาทนี้ปลูกสร้างขึ้นในระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน จึงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โจทก์มีสิทธิได้กึ่งหนึ่ง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2524 นางละออ เพ็ญสุภา โจทก์ นายศิริ เพ็ญสุภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละออ เพ็ญสุภา · จำเลย - นายศิริ เพ็ญสุภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1342/2509ฎีกา 314/2510ฎีกา 9577/2552ฎีกา 9309/2539ฎีกา 2355/2548ฎีกา 185/2566ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 643/2497ฎีกา 5438/2537ฎีกา 293-294/2494ฎีกา 679/2532ฎีกา 1128/2506ฎีกา 2987/2517ฎีกา 3601/2542ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 1096/2511ฎีกา 1447/2520ฎีกา 546/2532ฎีกา 836/2537ฎีกา 2293/2519ฎีกา 1242/2542ฎีกา 1115/2508ฎีกา 3480/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา